Author

Dararat Ruengsri

Browsing

ความสัมพันธ์ที่ดีเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะกับตัวมนุษย์เองหรือว่าสัตว์เลี้ยงก็ตามแต่ ซึ่งจุดเริ่มต้นมาจากการได้ทำความรู้จักกัน การได้ใกล้ชิดกันจนกลายเป็นความผูกพันขึ้นมา ในเมื่อมนุษย์ทุกคนต้องการความเอาใจใส่ ความอบอุ่น และความใกล้ชิด ดังนั้นสัตว์เลี้ยงเองก็คงจะไม่ต่างกัน การแสดงความรักของสัตว์เลี้ยง อย่างเจ้าเหมียวก็คือ มันจะขึ้นมานั่งบนตักเราแล้วใช้ขาสองข้างนวดให้เรา ซึ่งแสดงถึงความไว้ใจ ความสบายใจ หรือจะเป็นการเดินมาคลอเคลีย แสดงว่ามันอยากจะอ้อนคุณ อยากอยู่ใกล้ๆ คุณ และติดคุณมากนั่นเอง วันนี้เราก็เลยมีงานอีเว้นท์เจ๋งๆ มาแนะนำสำหรับคนรักแมวหรือคนที่กำลังตกหลุมรักเจ้าเหมียวอยู่ เป็นงานที่จะทำให้คุณได้มาเล่นกับน้องแมว มาดูโชว์น้องแมว แถมยังได้ช่วยเหลือน้องแมวอีกด้วย ตามมาดูกันเลย! แมว นักเขียน และเรื่องราวอื่นๆ 1 กันยายน 61 / 18.30 – 20.00 น. / A BOOK with NO NAME “สนทนาว่าด้วยหนังสือ การอ่าน ความรักและแมว” งานอีเว้นท์ที่เพื่อนๆ จะได้ร่วมพูดคุยกันในบรรยากาศสบายๆ ในเย็นวันเสาร์กับ 5 นักเขียน ไม่ว่าจะเป็น คุณวิภาศ ศรีทอง (เขียนเรื่อง คนแคระ, อนุสาวรีย์), คุณนฤพนธ์ สุดสวาท (เขียนเรื่อง ร้านหนังสือแมวฮกเกี้ยน, หลังจากนั้นความรัก และความตายกลายเป็นสิ่งสามัญ), คุณอ้อมแก้ว กัลยาณพงศ์ (เขียนเรื่องอีกไม่นานเราจะสูญหาย, พ่ออังคาร ผู้มาจากดาวโลก, เงาลับจากปลายป่า), คุณใบพัด นบน้อม (เขียนเรื่อง ผมบอกรักเธอด้วยฟอนต์ Cordia, ดื่มไดอะล็อก) และคุณเจษฎา กลิ่นยอ (เขียนเรื่อง นักเขียนหนุ่มเจ้าของแมวชื่อ กามูส์) มาร่วมพูดคุยชิลๆ และเล่นกับน้องเหมียวที่คาเฟ่กันเถอะ ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.facebook.com/events/222310978454190/ รักษ์แมวปาร์ตี้ ตั้งฮั่วเส็ง ธนบุรี 7 – 9 กันยายน 2561 / 10.30 – 20.00 น. / ชั้น 1 ตั้งฮั่วเส็ง ธนบุรี งานรักษ์แมวปาร์ตี้ เป็นกิจกรรมหาบ้านให้น้องเหมียว รวมถึงตรวจสุขภาพและทำหมันในช่วง 11.00 – 15.00 น. ซึ่งกิจกรรมทำหมันแมวจะมีเฉพาะในวันเสาร์และอาทิตย์เท่านั้น โดยบูธโรงพยาบาลสัตว์เอกชัย และบูธต่างๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ยังสามารถนำน้องแมวมาถ่ายพยาธิและฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าฟรีอีกด้วย! สำหรับใครที่อยากพาน้องแมวมาทำหมัน เข้าไปลงทะเบียนทำหมันออนไลน์ที่ www.rakmaw.com เปิดตั้งแต่วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม 2561 เวลา 11.00 น. เป็นต้นไปจนกว่าจะเต็มจำนวน ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.facebook.com/events/1989956177891756/ See Cat แมว2 @พาราไดซ์ พาร์ค 15 กันยายน 2561 / 14.30 – 17.00 น. / ณ ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค งานที่จะได้พบกับ #มู๋อ้วนบารอล เจ้าเหมียวชื่อดังที่มีคนติดตามถึงสามหมื่นคน จากเพจ “เจ้าบารอล มู๋อ้วนไงจะใครละ” ในงาน See Cat แมว 2…

Event Recommendation

เมีย2018 ว่าฮิตแล้ว แต่ อีเว้นท์เดือนกันยา (ยน) 2018 แซ่บกว่านะเออ! เพราะ 5 งานอีเว้นท์ที่นำมาฝากกัน มีทั้ง Workshop, Book, Run, Exhibition, และ Education! เรียกได้ว่าอีเว้นท์ในเดือนนี้มีความหลากหลายมากจริงๆ รับรองไลฟ์สไตล์ของเพื่อนๆ จะไม่จำเจแน่นอน…

JAM FEST Event News

เราอยากชวนคุณมางานอีเว้นท์แจ่มๆ เพื่อให้คุณได้สนุกกับชีวิตมากขึ้น กับงานนี้เลย JAM FEST เทศกาลดนตรีและศิลปะสุดแจ่ม ที่รับรองว่าแหล่มโครต เพราะคุณจะได้ร่วมสนุกกับ 2 เวทีคอนเสิร์ตกับศิลปินชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็น scrubb , 2 Days Ago Kids, Monotone Group, FLURE,…

นิทรรศการผลงานภาพพิมพ์หินที่มีเอกลักษณ์ของศิลปินหญิงสาวรุ่นใหม่จากรั้วหน้าพระลาน ที่มาภายใต้แนวคิดเกี่ยวกับความเป็นผู้หญิง ซึ่งเขาให้ความหมายของภาพเอาไว้ว่า ผู้หญิงเป็นเพศที่มีความซับซ้อนอยู่ภายในตัวเองอย่างมาก ภาพลักษณ์ของผู้หญิงที่รักสวยรักงาม ตกแต่งประดับประดาเรือนร่าง เพื่อตอบสนองความปรารถนาของตนเอง ถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบของภาพเหมือนหญิงสาวที่อยู่ในอิริยาบถต่างๆ ผสมผสานกับสัญลักษณ์ที่แฝงซ่อนความหมายและความรู้สึกมากมายไว้ภายใน ชลิตา แต่ก่อนจะไปทำความรู้จักกับนิทรรศการนี้กันต่อ ขอขัดจังหวะกันสักนิด เพราะเชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนอาจจะสงสัยว่าเจ้าภาพพิมพ์หิน คืออะไร? มันมีวิธีการทำยังไง เรามีคำตอบมาให้เพื่อนๆ เพื่อไขข้อสงสัยกันแล้ว! การพิมพ์หิน เกิดขึ้นครั้งแรกที่ประเทศเยอรมัน โดยนายแอลลอยส์ ซีนีเฟลเดอร์ (Aloys Senefelder) ได้ประดิษฐ์ขึ้นเมื่อปี 1796 (พ.ศ.2339) โดยแม่พิมพ์หินทำขึ้นจากการใช้แผ่นหินปูน (Limestone) ซึ่งแผ่นหินจะถูกขัดผิวด้านที่ต้องการทำแม่พิมพ์ให้เรียบเนียนเสมอกันทั่วแผ่น แล้วจึงเริ่มวาดภาพที่ต้องการพิมพ์ลงบนผิวหน้านั้น ด้วยการใช้วัสดุที่เป็นไขมัน เช่น ดินสอแท่ง ถ่านเครยอง เพื่อให้ภาพวาดไขมันติดแน่นกับแผ่นหิน แล้วกัดด้วยกรดในส่วนที่ไม่ได้เขียนด้วยไข ทำให้เป็นร่องลึก(บริเวณที่รับน้ำ) หมึกพิมพ์จะไม่ติดบนผิวหินส่วนที่มีน้ำหล่อ วัสดุที่ใช้พิมพ์ก็คือกระดาษ นั่นเอง ขอบคุณข้อมูลจาก Blackfat TV “HER By Chalita Tantiwitkosol” นิทรรศการภาพพิมพ์หินที่ฝีมือยากจะเทียบ!  งานศิลปะภาพพิมพ์หินของชลิตา เป็นงานที่มีความสวยงาม มีเทคนิคในสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้น่าค้นหาเอามากๆ แต่ถ้ามองรูปภาพอย่างละเอียดแล้วจะเห็นว่า ภาพบางภาพถูกวาดทับซ้อนกันด้วยดินสอไขออกมาอย่างดี ซึ่งทำให้เราได้เห็นภาพนั้นในรูปแบบของภาพสามมิติ ดีสุดๆ คาแรคเตอร์ของผู้หญิงทุกคนที่อยู่ในภาพ จะดูสวยและมีเสน่ห์ในแบบฉบับของตัวเอง ทุกคนจะมีสัญลักษณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แมลงปอ หิ่งห้อย เต่าทอง ผีเสื้อ แมงป่อง ด้วง แมงมุม และผึ้ง เข้ามาเกี่ยวข้องในแต่ละภาพด้วย เพื่อให้เราได้ตีความหมายและจินตนาการไปกับการมองรูปภาพของเธอ รีบชวนเพื่อน จับมือแฟนกันมาสัมผัสความสวยงามของภาพพิมพ์หินโดยชลิตา ได้ในวันที่ 23 สิงหาคม – 23 กันยายน 2561 เวลา 10.30 – 19.00 น. ที่ ARDEL Gallery of Modern Art แล้วทุกคนจะได้ความรู้สึกที่แปลกใหม่ในมิติของการเสพงานศิลป์กลับไปอย่างแน่นอน       สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่ไม่อยากพลาดงานอีเว้นท์ดีๆ แบบนี้อีกล่ะก็ สามารถเข้าเป็นเพื่อนกับเราได้ที่ได้ Line : @zipevent (อย่าลืมเติม @ ข้างหน้าด้วยนะคะ) หรือจิ้มไปที่ลิ้งนี้ได้เลย line.me/zipevent

CHEEZE POP-UP MARKET 2018 Event Recommendation

ขาช้อปห้ามพลาดกับงาน CHEEZE POP-UP MARKET 2018 ! เพราะในครึ่งปีหลังนี้เค้าได้จัดเต็มกันแบบสุดๆ โดยเฉพาะเหล่าสาวๆ จะต้องถูกอกถูกใจกันแน่ๆ เพราะการได้ออกมาช้อปปิ้งทั้งที ช่วยให้ผ่อนคลายจากความเครียดได้เยอะเลย แล้วถ้ายิ่งได้ช้อปสินค้าในราคาถูกและดีด้วยแล้ว ยิ่งแฮปปี้ทวีคูณ! ว่าแต่ในครึ่งปีหลังจะจัดงานเมื่อไหร่ ที่ไหนกันบ้าง เรามีคำตอบมาให้เรียบร้อย ถ้าพร้อมแล้ว ไปค่ะ! CHEEZE POP-UP…

Art Charity ReadyZipGo!

“นิทรรศการภาพวาดที่มีคุณค่าทั้งผู้ให้และผู้รับ”       งานศิลปะภาพวาดการกุศลเพื่อเหยื่อสตรีจากปัญหาความรุนแรง สร้างสรรค์ผลงานโดยศิลปินทั้งหมด 11 ท่าน ไม่ว่าจะเป็น พี่ Pod Thanachai Ujjin, พี่เมธี น้อยจินดา, Narissara Pianwimungsa, juli baker and summer, ANMOM’s Warehouse, COLLAGECANTOKITTI NAROD…

ค ร า ม + สุ ข = ความสุข       คราม คือสีย้อมผ้าที่ผลิตจากธรรมชาติและเป็นสิ่งที่มีมูลค่าทางจิตใจ เพราะครามทำให้ทุกคนมีอาชีพในครัวเรือนจากการทำครามย้อมผ้า ทำให้ครอบครัวกลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน เพราะในการทำครามต้องอาศัยความร่วมมือซึ่งกันและกัน ได้กระชับความสัมพันธ์กันมากขึ้น แถมครามยังสามารถสร้างธุรกิจให้กับใครหลายคนประสบความสำเร็จได้อีกด้วย ในปัจจุบัน ‘คราม’ ก็ได้เริ่มกลับมามีบทบาทอีกครั้ง เพราะวัยรุ่นอย่างเราได้นำครามเข้ามาประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ มากขึ้น เช่น การผลิตลวดลายกระเป๋าหนังด้วยสีคราม การเพ้นท์ลายรองเท้าด้วยสีคราม เป็นต้น แต่อะไรที่ทำให้คนรุ่นใหม่อย่างเราหันกลับมาสนใจครามอีกครั้ง ? มาร่วมหาคำตอบไปพร้อมๆ กันเลย! Photo Credit : Dương Trần Quốc ทำไมครามถึงเป็นสีน้ำเงิน       เป็นเพราะว่า…ในสมัยก่อนมีความยกย่องเชิดชู ‘สีน้ำเงิน’ ความเชื่อของชาวบ้านสมัยนั้น เค้าถือว่าเป็นสีของคนชั้นสูง ซึ่งในการประกอบพิธีสำคัญต่างๆ ก็จะมีสีน้ำเงินเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งด้วยเสมอ   ต้นกำเนิดของคราม        ครามถูกสกัดมาจากต้นคราม ซึ่งชาวบ้านจะปลูกครามปีละครั้ง และเริ่มทำการเก็บเกี่ยวเพื่อเอามาย้อมเสื้อผ้าใส่ การย้อมครามจะทำให้มือมีสีดำเพราะมีสีติดทนดีมาก และมีส่วนผสมของมะขามเปียก กล้วย รวมถึงส่วนผสมหลายชนิดรวมอยู่ในหม้อหมัก ครามเป็นสีย้อมผ้าที่มีแลคโตบาซิลลัสเยอะมาก เพราะมีความเป็นธรรมชาติจริงๆ ขนาดตอนล้างครามออกจากผ้า ก็ยังต้องมีการใช้น้ำฝน เรียกได้ว่าธรรมชาติทุกขั้นตอน วิธีการย้อมผ้าในสีครามและข้อดี       กระบวนการย้อมครามเป็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพราะมีการใส่ส่วนผสม อาทิ ต้นคราม ปูนขาว มะขามเปียก กล้วย และอีกมากมาย โดยมีการวัดค่า PH อยู่ตลอด ในการย้อมผ้าจะเริ่มจากการก่อหม้อคราม คนโบราณเค้ามีกฏว่า คนที่เป็นประจำเดือนห้ามเข้าโรงคราม คนที่แต่งหน้าทาแป้งก็ห้ามเข้าโรงคราม แต่จริงๆ ผู้ชายหรือผู้หญิงก็สามารถเข้าโรงย้อมครามได้หมด ซึ่งการย้อมผ้าครามก็คือการเอาผ้าลงไปย้อมในครามแล้วค่อยๆ บีบน้ำย้อมออกให้หมาดๆ และกระตุกให้เส้นฝ้ายจัดเรียงเข้าที่ หลังจากนั้นก็ล้างสีครามออกด้วยน้ำฝนธรรมชาติ แล้วนำมาตากนั่นเอง แต่เคล็ดลับในการย้อมครามให้ได้สีตามที่ต้องการคือ ถ้าเรายิ่งจุ่มผ้าลงไปในน้ำครามลึกมากเท่าไหร่ น้ำหนักความเข้มของสีครามก็จะเข้มมากขึ้นเท่านั้น ส่วนข้อดีของการสวมใส่เสื้อผ้าที่ถูกย้อมด้วยครามก็คือ ไม่ว่าจะซักผ้ากี่ครั้งสีก็ไม่ซีด ไม่ตก และสามารถป้องกันแสงยูวีได้เป็นอย่างดี Photo Credit : chrisburkard ความแตกต่างระหว่างการใช้สีเคมีกับผงสีครามในการย้อมผ้า        ผ้าที่ใช้สีเคมีย้อมจะมีความรวดเร็วและสะดวกกว่าก็จริง แต่สีเสื้อจะซีดเร็วมากแถมไม่มีคุณภาพอีกด้วย ในทางกลับกันถ้าใช้สีครามในการย้อมผ้า ต่อให้วันเวลาผ่านไป 20 ปี สีก็จะไม่ซีด แถมถ้ารักษาให้ดีก็จะดูใหม่อยู่ตลอดเวลา ราคาอาจจะสูงหน่อย แต่รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอน ครามเป็นมากกว่าสีย้อมผ้า อย่างที่ได้บอกไปในช่วงตอนต้น สำหรับชาวบ้านที่ทำธุรกิจย้อมคราม ครามให้ชีวิต ครามให้ครอบครัว ครามทำให้พวกเขามีรายได้และมีอนาคตที่เติบโตอย่างยั่งยืน เพราะการย้อมครามมันให้อะไรได้มากกว่าแค่การย้อม มันถือเป็นความสุขที่ยั่งยืนและมีมูลค่าทางจิตใจในการอยู่ร่วมกับคนรอบข้างอย่างมีความสุข : ) Photo Credit : honestlywtf และ miniaturerhino       ชวนมาอินกันต่อให้มากขึ้นกับ ‘ห้องเรียนครามสนุกกับครูปอ’ คลาสเรียนที่จะทำให้เพื่อนๆ ได้เรียนรู้และเข้าใจในขั้นตอนของการย้อมครามมากกว่าเดิม ติดตามรายละเอียดด้านล่างเลย! ห้องเรียนครามสนุก กับครูปอ มาเรียนรู้การย้อมครามในห้องเรียนครามสนุกกับครูปอ โดยจะมีการสอนหลักการก่อหม้อครามอินทรีย์ ซึ่งทุกคนจะได้ลงมือก่อหม้อด้วยตนเอง นอกจากนั้นเราจะได้เรียนรู้เทคนิคการมัดย้อมขั้นพื้นฐานอีกด้วย ได้ทั้งความรู้และความสนุก สามารถมาสมัครกันได้ที่ ID: dumplingrrl หรือติดต่อเบอร์ 0971305015ค่าใช้จ่ายในการเข้าเรียนคนละ 1,350 บาท เริ่มเรียนในวันที่ 26 สิงหาคม เวลา…

Getsunova Event News

12 ปี บนเส้นทางสายดนตรีของวง Getsunova กับคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของพวกเขา ที่มาในคอนเซ็ปต์ “ATMOSPHERE” โดยมีความหมายว่า “เหมือนคนดูทุกคนได้เดินทางไปในชั้นบรรยากาศต่างๆ ในเพลงของพวกเขา” นั่นเอง ก่อนที่พวกเขาจะได้มีคอนเสิร์ตเป็นของตัวเอง พวกเขาได้สร้างปรากฏการณ์ให้กับเมืองไทยมาแล้ว กับเพลง ‘ไกลเเค่ไหน คือ ใกล้’ ที่มียอดวิวถึง 265,592,008 ล้านวิว! และยังได้รางวัลศิลปินกลุ่มยอดเยี่ยมในปี…

Event Recommendation

ทำความรู้จักกับการแสดงละครใบ้…ที่ใครหลายคนอาจหลงลืม ศิลปะที่เป็นมากกว่าการแสดง… ละครใบ้ หรือ Pantomime เป็นการแสดงที่ใช้สีหน้าและท่าทางในการสื่อสารแทนคำพูด ละครที่คนทุกเพศ ทุกวัย ทุกชาติ สามารถเข้าใจได้ ซึ่งฉากในการทำแสดงบางทีก็ทำการแสดงในลานกว้างต่อหน้าผู้ชม ไม่มีฉากที่อลังการ ไม่มีพร็อพที่ครบเครื่อง แต่สามารถแสดงออกมาให้คนดูเข้าใจและสร้างเสียงหัวเราะผ่านทางสีหน้าและท่าทางได้เป็นอย่างดี และยังเป็นศาสตร์ในการแสดงชั้นดีที่ต้องมีความเข้าใจในบทละครอย่างถ่องแท้ ก่อนจะมาแสดงให้คนดูสนุกได้โดยไม่มีบทสนทนา การสื่อสารโดยไม่ใช้คำพูด ถือเป็นความยากในการสื่อสารออกมาให้คนดูสนุก และเข้าใจในเนื้อหาที่ต้องการสื่อสารออกมา การแสดงละครใบ้มีความน่าสนใจ…

เคยคุ้นหน้าคุ้นตากับสาวสวยวัย 30 ปี ในช่องไทยรัฐทีวีกันบ้างหรือเปล่า กับ ‘ปิ๊ง-ฐิตาภา สิริพิพัฒน์’ ผู้สื่อข่าวไทยรัฐทีวี รายการโต๊ะข่าวเศรษฐกิจ เธอทำอาชีพนักข่าวมาแล้ว 6 ปีด้วยกัน สถานภาพโสด และเป็นเจ้าของเพจ Pink Siripipat จุดเริ่มต้นของการเกิดหนังสือเล่มแรกในชีวิตของเธอ “HOW TO BE SINGLE IN BKK CITY” คือเธอใช้เวลาว่างในการที่จะเริ่มต้นหันมาจับงานเขียนอย่างจริงจัง โดยหนังสือเล่มนี้มีการนำเสนอเรื่องราวชีวิตของสาวโสดจากประสบการณ์ของเธอที่พบเจอมา และได้มีการนำมารวมเล่มเพื่อเล่าต่อกันฟังว่า ในกรุงเทพมหานคร ชีวิตของสาวโสดแต่ละคนเนี่ย มันทั้งสนุกและมีความน่าค้นหามากขนาดไหน อะไรที่เป็นแรงบันดาลใจให้เราผันตัวมาเขียนหนังสือเล่มนี้อย่างจริงจัง แรงบันดาลใจ คือปิ๊งมีเพื่อนสมัยเรียน 10 คน มีแค่คนเดียวที่ตอนนี้แต่งงานไปแล้ว และอีกสองสามคนที่มีแฟนแต่ยังไม่คิดจะแต่ง ส่วนที่เหลือคือสถานภาพโสดหมดเลย แล้วปิ๊งก็รู้สึกว่า สาวโสด คนโสด ในกรุงเทพฯ ตอนนี้มันเยอะมาก หันไปทางไหนทุกคนก็โสด ทั้งเพื่อนสมัยปริญญาโท เพื่อนที่ทำงานเราด้วย จุดตรงนี้แหละมันทำให้ต่อม เอ๊ะ! ของเราทำงานว่า เอ๊ะ มันเกิดอะไรขึ้น? มันมีปัญหาอะไรหรือเปล่า ก็เลยเริ่มที่จะสัมภาษณ์ เข้าไปคุยด้วยตัวเอง ก็ค้นพบว่าคนโสดสมัยนี้ มีเหตุผลในการโสดที่แตกต่างกัน แต่ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน คืออยากจะเป็นผู้หญิงที่สามารถพึ่งพาตัวเองได้ ดูแลตัวเอง ดูแลครอบครัว โดยไม่จำเป็นที่จะต้องมีแฟน ซึ่งเป็นความคิดที่ปิ๊งรู้สึกว่ามันใหม่และก็น่าสนใจ เลยอยากรวมเล่มให้เรื่องราวอยู่ในเล่มเดียวกันหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือเกี่ยวกับอะไร ในรูปแบบไหนบ้าง หนังสือเล่มนี้เป็นนิยายผสม How-to ที่พูดถึงการใช้ชีวิตโสดในกรุงเทพฯ อย่างเข้มแข็ง หรือว่า Strong นั่นเอง ซึ่งดำเนินเรื่องโดย 4 ตัวละครสาว ที่โสดหมดเลย แต่โสดด้วยเหตุผลแตกต่างกัน คนแรกก็จะโสดเพราะเข็ด เพราะว่าเคยมีความรักที่เลวร้าย ล้มเหลวมา และเคยถูกทำร้ายร่างกาย คนที่สองโสดเพราะว่ายังไม่เจอคนที่ใช่ คนที่สามโสดเพราะยังรักสนุกอยู่ และก็คนที่สี่โสดเพราะว่ายังอยากให้ชีวิตตัวเองเหมือนในนิยาย ในฝัน ในซีรี่ย์เกาหลี แต่ละคนก็เลยยังโสดด้วยเหตุผลแตกต่างกัน แม้ว่าทุกคนจะมีมุมมองในเรื่องความโสดต่างกัน แต่สิ่งที่ทุกคนเหมือนกันก็คือ อยากจะเป็นผู้หญิงที่พึ่งพาตัวเองได้ ดูแลตัวเองเป็น ดูแลครอบครัวได้ โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องพึ่งพาหรือว่าขอความช่วยเหลือจากพาร์ทเนอร์ หรือว่าแฟน สามี ก็ตามแต่4 ตัวละครนี้มีเพื่อนคุณปิ๊งรวมถึงตัวคุณปิ๊งเองอยู่ด้วยใช่ไหมคะ เรื่องนี้พูดได้เลยว่า Base on true story ก็คือเอามาจากเรื่องจริง น้ำตาลูกผู้หญิงจริง เจ็บจริงเลยค่ะ แล้วก็ส่วนใหญ่ก็มาจากเพื่อน 90% เพราะเพื่อนชอบโทรมาระบาย โทรมาขอความคิดเห็นเรื่องแฟน มีบ้างค่ะที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวเอง แต่ว่ามันน้อยมาก เอาจริงๆ นะ ปิ๊งเองก็ไม่ได้มีแฟนมาเยอะอะไร ส่วนมากเราจะฟังมาเยอะมากกว่า แต่ละเรื่องที่เอามารวม ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจทั้งนั้น หลายเรื่องมันแปลกใหม่สำหรับเรามาก แบบไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่มันก็จะมีบางเรื่องที่แบบเอาตัวเองเข้าไปทดลอง แล้วก็ลงพื้นที่ไปสัมภาษณ์ หาข้อมูล วิจัย ค้นคว้าตัวเองเหมือนกันคนโสดประเภทไหนที่เหมาะกับหนังสือของคุณปิ๊ง ปิ๊งว่าทุกประเภทเลยค่ะ ปิ๊งว่าคนโสดที่เหมาะกับหนังสือเล่มนี้เลยคือคนโสดที่ยังรู้สึกว่า การโสดนี่มันเลวร้ายจัง โสดมันเหงา ความเหงามันเลวร้าย แต่หนังสือเล่มนี้จะบอกว่า ในโลกนี้ยังมีอะไรให้คุณทำอีกเยอะแยะ ความโสดไม่ใช่โรคร้าย ไม่ใช่เวรกรรม แต่มันเป็นโอกาสที่คุณจะได้เรียนรู้ตัวเองในช่วงเวลาที่ดีที่สุด และก็เป็นช่วงเวลาที่คุณจะได้พัฒนาตัวเองให้เร็วที่สุด เพราะฉะนั้นถ้าอ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว คุณจะได้ความคิดหรือว่ามุมมองหลายๆ…