Category

Event Recommendation

Category

สุดสัปดาห์นี้ Zipevent อยากพาทุกๆ คนมาเดินเล่น เพิ่มสีสันและความสนุกที่งาน Water Playground at K Village งานที่น้องๆ หนูๆ จะต้องแฮปปี้ฉีกยิ้มกลับบ้านไปอย่างแน่นอน เพราะรอบนี้ เค วิลเลจ ได้เนรมิตคอมมูนิตี้มอลล์ให้กลายเป็นสวนน้ำขนาดย่อม ที่ยกเครื่องเล่นสนุกๆ มาให้เด็กๆ ได้ฟินไปตามๆ

K Village Event Recommendation

เสาร์ – อาทิตย์นี้ครอบครัวไหนยังไม่มีแพลนไปเที่ยว Zipevent ขอแนะนำงานสนุกๆ บรรยากาศแฟมิลี่ กับ K Village Water Playground งานที่เด็กๆ จะได้สนุกสนานและเพลิดเพลินไปกับเครื่องเล่นมากมาย ซึ่งธีมงานเป็นธีม Water ทั้งหมด ! 27-28 กรกฎาคม 62 ที่ K Village สุขุมวิท 26

Thailand Cybersecurity Event Recommendation

จบไปแล้วกับงาน Thailand Cybersecurity 2019 โดย สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์หรือ ETDA ร่วมกับ 2 องค์กรชั้นนำระดับโลก RSA Conference และ CYBERTECH Global Events ที่จัดไปในวันที่ 19 – 20…

YIMSAMER บริษัทผลิตผลงานมัลติมีเดียในเชิงของ Installation และ Visual Effect ร่วมกับ Elonson Engineering School โรงเรียนสอนพิเศษเกี่ยวกับด้านวิศวกรรมโดยเฉพาะ ได้จัดนิทรรศการ เกยตื้น : Multimedia Art Exhibition นำเสนอผลงานรูปแบบใหม่ภายใต้โจทย์ “สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลและมลพิษทางทะเล” ที่พิเศษไปกว่านั้นคือผลงานที่นำมาจัดแสดงเป็นผลงานการสร้างสรรค์ของน้อง ๆ มัธยมปลายและน้องๆ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ที่เข้าร่วม Basic Art & Technology Workshop นั่นเอง บอกเลยว่าฉีกแนวคิดจากรูปแบบเดิมๆ และปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์กันอย่างเต็มที่ !

Event Recommendation

“ประเทศเพื่อนบ้านเราอย่าง สิงคโปร์ ซึ่งถือเป็นเบอร์ 1 เรื่อง Cybersecurity ของโลกเพิ่งปรากฏเป็นข่าวว่า ข้อมูลทางการแพทย์ของประชาชน 1.5 ล้านคนรั่วไหล มันเกิดอะไรขึ้น?” Cybersecurity หรือ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เป็นระบบรักษาความมั่นคงและปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งในปัจจุบันอินเทอร์เน็ตเป็นเหมือนอวัยวะที่ 33 ของมนุษย์ที่อยู่ในหมวดของการสื่อสาร ไม่ว่าจะใช้ในการติดต่อสื่อสาร การดำเนินธุรกิจของเอกชน…

Event Recommendation

วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ทุกคนไปเดินเล่นซื้อของมือสองวินเทจในงาน K Village Yard Sale 2019 งานที่เหล่าเซเลบมาเปิดท้ายขายของชิคๆ บอกเลยว่าเก๋มาก เดินเพลิน เสียหายหลายแสนจ้าาาา

ใครอยากเป็นเศรษฐี?! ฉันน่ะสิ ฉันน่ะสิ! เชื่อได้เลยว่า 95% ของคนในยุคนี้ต้องอยากเป็นนายตัวเอง หรือประสบความสำเร็จ มีเงินเยอะๆ ดังนั้นคำว่า ‘เป็นนาย’ จึงเป็นคำที่มีความหมายทับซ้อนกับความเป็นนักธุรกิจด้วย ซึ่งการเริ่มต้นธุรกิจแต่ละอย่าง ผู้ที่จะเป็นนักธุรกิจต่างรู้กันว่า ล้วนต้องใช้เงินทุน ยิ่งต้องการลงมือทำอย่างจริงจัง ยิ่งต้องใช้เงินเยอะ มันคงเป็นเรื่องสบายมาก หากเรามีเงินเหลือหนาๆ พอที่จะดึงออกมาทำธุรกิจได้ แต่สำหรับคนที่ไม่มีทุน เราก็มีทางมาให้! นั่นคือการกู้เงินเพื่อทำธุรกิจนั่นเอง! ซึ่งแต่ละสถาบันการเงินก็จะมีสินเชื่อนี้ รอให้เราเข้าไปปรึกษาอยู่ แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะผ่านการอนุมัติ มีหลายคนที่ต้องคอตกกลับบ้าน วันนี้เราจึงรวบรวม 5 สิ่งที่ต้องมี เมื่อคิดขอทุนจากการกู้ธนาคาร มีอะไรบ้าง ไปดูกัน! 1. มีแผนธุรกิจที่ชัดเจน สิ่งเเรกที่จำเป็นต้องมี คือ แผนธุรกิจ ซึ่งแผนธุรกิจในที่นี้ไม่ใช่การเล่าธุรกิจในฝันของเราให้ทางผู้พิจารณาสินเชื่อฟังเท่านั้น แต่ต้องมีแบบแผนที่ชัดเจน เป็นลายลักษณ์อักษร แสดงให้เห็นถึงความจริงจังในธุรกิจ โดยผ่านการคิด วิเคราะห์ ศึกษาหาข้อมูล และคำนวนผลกำไรต่างๆ ซึ่งเอกสารแผนธุรกิจที่ใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อ จะประกอบไปด้วย ธุรกิจของเรามีลักษณะในการดำเนินการอย่างไรรายรับรายจ่ายของธุรกิจเราลูกค้าของธุรกิจเราเป็นใครผลกำไรของธุรกิจเท่าไรการดำเนินการธุรกิจในอนาคตจะทำอย่างไร ดังนั้น เมื่อเราทำเรื่องกู้ ทางสถาบันการเงินจะขอเอกสารตรงนี้ เราควรที่จะทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง และยิ่งคนที่ไม่รู้จะเขียนออกมายังไง แล้วไปจ้างมืออาชีพเขียน ยิ่งต้องกลับมาทำความเข้าใจมากๆ เพราะเมื่อโดนซักถามโดยผู้พิจารณา แล้วเราตอบไม่ได้ หรือตอบไม่ตรงกับในเอกสาร เราอาจเสียโอกาสที่จะกู้ได้เลย 2. มีประสบการณ์ หลายคนมีความฝันที่อยากจะเริ่มต้นธุรกิจตามความชอบส่วนตัว หรือทำตามแรงบันดาลใจจากความสำเร็จของคนอื่น โดยที่ไม่เคยมีประสบการณ์การทำในด้านนี้ ไม่เคยมีความรู้ หรือไม่เคยทำเพื่อการขายมาก่อน แต่วาดฝันแค่ว่า ถ้าฉันทำจะต้องได้ดีแบบคนนั้นแน่ๆ และเมื่อโดนถามถึงแผนรับมือ เมื่อทำไม่สำเร็จ ก็ไม่สามารถตอบได้ มีสิทธิ์เป็นอย่างสูงที่จะถูกปฏิเสธการให้สินเชื่อ เพราะการพิจารณาให้สินเชื่อส่วนใหญ่จะตั้งบนพื้นฐานของความไม่คาดคิด ตั้งบนฐานของการรับมือและการพยุงธุรกิจ ในขณะเดียวกันสถาบันการเงินจะนำสิ่งเหล่านั้นมาพิจารณาความเสี่ยงว่า หากธุรกิจของเราจะไปไม่รอด เราจะมีความสามารถในการคืนสินเชื่อให้ธนาคารได้หรือไม่ 3. มีรายได้จากธุรกิจให้เห็น และนอกจากเรื่องของประสบการณ์ สิ่งที่สามารถเป็นตัวยืนยันว่าเรามีประสบการณ์การทำตรงนี้มาแล้วจริงๆ คือ ความเคลื่อนไหวทางการเงินของธุรกิจเรา ซึ่งเมื่อเราเขาไปทำการขอกู้เงินจากทางสถาบันการเงิน ทางสถาบันการเงินก็จะขอดู Statement ย้อนหลังไปอย่างน้อย 6 เดือน เพื่อประกอบการพิจารณาตวามสามารถในการผ่อนชำระคืนสินเชื่อตามวงเงินที่กู้มา ว่าธุรกิจของเรานั้น มีรายรับรายจ่ายเท่าไร กำไรที่ได้ต่อเดือนมากน้อยขนาดไหน และมีเงินคงเหลือเท่าไร ดังนั้นหากเราทำการค้าขาย หรือเริ่มทำกิจการอะไร แม้จะเล็กๆ เเต่ก็ควรทำผ่านธุรกิจธนาคารเอาไว้ จะได้มีหลักฐานไว้ประกอบความน่าเชื่อถือ ที่มีผลต่อการอนุมัติสินเชื่อได้ในอนาคต 4. มีหลักค้ำประกันที่สมเหตุสมผล หลักค้ำประกัน คือ สิ่งที่ใช้มาเป็นหลักประกันสำหรับค้ำสินเชื่อเพื่อการกู้ ซึ่งสถาบันการเงินจะมีการเรียกหลักค้ำประกันสินเชื่อ อย่างเช่น อสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ที่ดิน อาคาร สิ่งปลูกสร้าง หรือแม้แต่เครื่องจักร และอุปกรณ์ทำกินต่างๆ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะนำมาให้ในการประกอบการพิจารณา หากหลักประกันที่เราเสนอ ไม่ติดขัดอะไร สามารถเข้าไปครอบครองได้ทันที หรือตลาดมีความต้องการสูง สามารถขายทอดตลาดได้ง่าย รับรองว่าได้รับการอนุมัติสอนเชื่ออย่างรวดเร็วแน่ๆ 5. มีเครดิตบูโรที่ดี แน่นอนว่าด่านสุดท้ายคือประวัติการชำระหนี้ การพูดคุย และเอกสารต่างๆ ไม่สามารถบอกถึงนิสัยการใช้เงิน และความรับผิดชอบได้ทั้งหมด ดังนั้นสถาบันการเงินจึงมีวิธีตรวจสอบนิสัยดังกล่าวโดยการ เช็คชื่อเรากับเครดิตบูโร ที่เราทำธุรกรรมร่วมอยู่กับธนาคารต่างๆ หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบ เรามีหนี้ค้างที่ไม่ชำระเป็นระยะเวลานาน ติดแบล็คลิสต์ หรือมีประวัติเคยถูกยึดหลักประกันไป เชื่อได้เลยว่าร้อยทั้งร้อย เขาไม่กล้าเสี่ยงที่จะให้สินเชื่อ หรือเงินก้อนโตให้กับเราแน่ๆ เพราะกลัวประวัติจะซ้ำรอยกับสถาบันการเงินอื่นที่โดนมาแล้ว ดังนั้น เราต้องมีวินัยในการผ่อนชำระบัตรเครดิตต่างๆ หรือหากใครติดค้างการชำระเป็นระยะเวลานานจะติดเเบล็คลิสต์แล้ว แนะนำให้ติดต่อธนาคารเจ้าหนี้เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ตามที่เราไหว เพื่อให้สถาบันการเงินที่เราต้องการกู้เห็นว่าเรามีความรับผิดชอบ และมีความสามารถในการชำระหนี้ก้อนต่อไปได้จริงๆ แค่เพียง 5 สิ่งเท่านั้น!! ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ…

เปิดท้าย Event Recommendation

เชื่อว่าหลายๆ คนชอบเดินช้อปปิ้งงานมาร์เก็ต เปิดท้าย ขายของชิคๆ เพราะสินค้าที่เราเห็นมักจะเป็นของที่หายาก ของเก่า วินเทจๆ ที่ดูแล้วเรียกว่ามีเสน่ห์มากกว่าเดิม บรรยากาศการเปิดท้ายรถขายของในสมัยก่อนจะกลับมาให้เราเห็นอีกครั้ง ใครที่สนใจล่ะก็ เราขอเชิญชวนไปเดินเล่นงานนี้เลย K Village Yard Sale 2019 ในวันที่ 25 – 26 พ.ค. ตั้งแต่ 11.00 – 21.00 น. ที่ K Village สุขุมวิท 26

Event Recommendation

Zipevent ได้มีโอกาสไปเก็บภาพบรรยากาศคอร์สเรียน “เคล็ด (ไม่) ลับกับวิทยานิพนธ์” เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 เม.ย. ที่ผ่านมา โดย Researcher Thailand คอร์สนี้จัดขึ้นที่ โรงแรม The Bazaar Hotel (รัชดา) คอร์ส 1 วันเต็มกับเทคนิคการเขียนวิจัยและวิทยานิพนธ์ เหมาะกับนักศึกษาตรี/ โท/ เอก, ครู หรือ อาจารย์, นักวิจัยและบุคคลทั่วไป เรียกได้ว่าใครที่อยากรู้เคล็ดลับการทำวิทยานิพนธ์แบบจัดเต็ม คอร์สนี้ถือว่ามีประโยชน์มากๆ เลยทีเดียวนะ

แน่นอนว่าในการทำวิทยานิพนธ์ ทุกๆ คนจะต้องไปถึงจุดที่ต้องเลือกระหว่าง หัวข้อวิทยานิพนธ์ ที่ชอบ กับ อาจารย์ที่ปรึกษาที่ใช่ ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอยู่ประมาณหนึ่งในพันทิป กับปัญหาสุดคลาสสิค เวลาเจอหัวข้อที่ชอบ อยากทำ แต่ไม่มีอาจารย์ที่ปรึกษา และในทางตรงกันข้าม อาจารย์ที่ปรึกษาที่ชอบมากๆ แต่ท่านไม่ถนัดในหัวข้อวิทยานิพนธ์ที่เราอยากทำ วันนี้ Zipevent ชวนมาดูข้อดีข้อเสีย และทางออกแบบ เคล็ด(ไม่)ลับทำวิทยานิพนธ์มาฝากกันด้วย เลือก หัวข้อวิทยานิพนธ์ ที่ชอบ ถ้าเลือกหัวข้อวิทยานิพนธ์ที่ชอบ ถือเป็นเรื่องที่จะว่าถูกต้องก็ได้ เพราะ หัวข้อวิทยานิพนธ์ จะอยู่กับตัวผู้ทำวิทยานิพนธ์ไปอีกนาน และถ้าหากศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น อาจนำไปต่อยอดได้ ถ้าเลือกเรื่องที่เราชื่นชอบและสนใจตั้งแต่แรกแล้ว การทำวิทยานิพนธ์ก็จะเป็นสิ่งที่เราอยากทำ ไม่เครียดภายหลัง ซึ่งเส้นทางนี้ก็อาจจะมีข้อเสียตรงที่ อาจจะหาอาจารย์ที่ปรึกษายาก ยิ่งในระดับการศึกษาที่สูงมากๆ อาจารย์ที่ปรึกษาจะไม่รับหัวข้อวิทยานิพนธ์ที่ตัวเองไม่ถนัดอย่างแน่นอน โดยเราอาจจะทดแทนด้วยการหาอาจารย์ที่ปรึกษาที่เราสนิทแทน จะเป็นในลักษณะอาจารย์ที่ปรึกษาที่ช่วยชี้ทาง รวมถึงรับฟัง และช่วยออกความเห็น ก็ถือว่าดีมากๆ แล้ว เลือกอาจารย์ที่ปรึกษาที่ชอบ การเริ่มต้นเลือกอาจารย์ที่ปรึกษาที่ชอบ และดูว่าอาจารย์ที่ปรึกษาถนัดด้านไหน เพื่อสามารถปรับให้เข้ากันได้กับที่เราสนใจ ชอบ และทำได้ การเลือกแบบนี้ถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะการทำวิทยานิพนธ์จะราบรื่น ถ้ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้น อาจารย์จะคอยช่วยชี้นำ แนะนำ รับฟังทุกปัญหา และแก้ไข หรือทำให้เราเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นเรื่องที่อาจารย์ถนัดและเชี่ยวชาญอยู่แล้ว ถ้าศึกษาอยู่ในระดับมหาบัณฑิต หรือ ป.โท การศึกษาระดับป.โท จริงๆ สามารถเลือกหัวข้อวิทยานิพนธ์ที่สนใจก่อนได้ หรือ จะเลือกหัวข้อวิทยานิพนธ์ทีหลังก็ได้ โดยอิงจากอาจารย์ที่ปรึกษาที่ชอบอีกที เป้าหมายของการเรียน ป.โท ในมุมมองของอาจารย์ที่สอนคือ การทำให้ผู้เรียนทำวิจัยเป็น และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ไม่ว่าจะในด้านการทำงาน หรือเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ที่จะนำไปต่อยอดต่อไปได้ ในส่วนของระดับดุษฎีบัณฑิต หรือ ป.เอก ในความจริงแล้ว ผู้ที่ศึกษาในระดับดุษฎีบัณฑิต หรือ ป.เอก ต้องเคยทำวิทยานิพนธ์ในระดับ ป.โท มาแล้ว ดังนั้นในการเลือก สถาบันศึกษา หรือ เลือกอาจารย์ที่ปรึกษา ต้องมีการศึกษาค้นหาข้อมูลมาก่อนว่า อาจารย์ท่านไหน ทำการสอนที่สถาบันใด ที่มีความถนัด หรือเชี่ยวชาญในด้านที่เราสนใจ แล้วจึงเลือกศึกษาที่คณะนั้น สถาบันนั้น และเลือกอาจารย์ที่ปรึกษาท่านนั้น เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ แนะนำงานสัมมนาวิชาการดีๆ มาฝาก คอร์ส “เคล็ด (ไม่) ลับกับวิทยานิพนธ์” จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 โดยถูกสร้างขึ้นมาจากประสบการณ์การทำ การสอน การลงพื้นที่วิจัย อีกทั้ง ดร.ปู (ผู้สอน) ยังมีประสบการณ์ตรงจากผู้เรียนที่เข้ามาเรียนกับพี่ปู ที่ผู้เรียนต้องร่วมคิด ร่วมแก้ปัญหาต่างๆ ในงานวิจัยของผู้เรียนเอง ดังนั้นเคล็ด (ไม่) ลับกับวิทยานิพนธ์รอบ 2 นี้ จึงอัดแน่นด้วยเนื้อหา เทคนิค โครงสร้าง หลักการเขียน ซึ่งผู้เรียนจะได้เรียนรู้กระบวนการวิจัยจากนักวิจัยตัวจริง เสียงจริง ผู้มีประสบการณ์จริง ดร.ธิติมา…