พบกับมหกรรมศิลปกรรมร่วมสมัย Thailand Biennale,Krabi 2018 ภายใต้คอนเซ็ป ' Edge of the wonderland : สุดขอบฟ้าแห่งดินแดนมหัศจรรย์' ผลงานจากศิลปินทั่วโลกกว่า 50 ชีวิต จะมาจัดแสดงทั่วเมืองกระบี่ จากบทความ 10 ศิลปินในงาน Thailand Biennale, Krabi 2018 | EP.1 ที่จัดแสดงได้ที่เขาขนาบน้ำ และเทศบาลส่วนใต้ (คลิกอ่านได้ที่นี่) วันนี้จะพามาชมศิลปินที่จัดแสดงที่คลองม่วง เกาะกลาง และอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี ทั้ง 10 ท่านดัน

ศิลปินในงาน Thailand Biennale ที่จัดแสดงที่คลองม่วง

Dane MITCHELL

ศิลปินในงาน Thailand Biennale

      ศิลปิน Dane Mitchell ได้ผลิตงานขึ้นใหม่ สำหรับงาน Thailand Biennale Lost Bandwidth (Canopy) ซึ่งประกอบไปด้วยเสาอากาศ 4 เสา แต่ละเสานั้นเชื่อมต่อกับเครื่องส่งวิทยุ FM ผลงานชิ้นนี้จะอยู่ในอุทยานแห่งชาติต่างๆ ในกระบี่ และมันจะกระจายเสียงของนกที่สูญพันธ์ุไปแล้วที่ Mitchell นำมาจากแหล่งออนไลน์ต่างๆ เสาอากาศ แบบสามแฉกนี้จะถูกนำไปจับคู่กับเสาอากาศสามเสา ที่สั้นกว่า ซึ่งมีแหล่งกำเนิดพลังงานจากแสงอาทิตย์ ในด้านหนึ่งเราสามารถมองได้ว่างาน Lost Bandwidth (Canopy) เป็นวัตถุจับต้องได้จุดหนึ่งที่ถูกทาสีด้วยสีแดงสด (ซึ่งเป็นการปรับมาจาก “สีส้มสากล”) เพื่อทำให้มันโดดเด่นจากสิ่งที่แวดล้อมมันอยู่ และเพื่อเน้นย้ำสถานะของมันว่าเป็นผู้มาเยือน อันแปลกประหลาดและเพื่อให้ผู้คนสามารถมองเห็นมันได้ง่าย ในอีกด้าน แต่ละเสาอากาศก็ได้สร้าง สนามแม่เหล็กไฟฟ้าผ่านย่านคลืน FM และสร้างรัศมี ของกิจกรรม (คือสัญญาณ) ผ่านการกระทบเสียง เป็นการแสดงให้เห็นว่าวัตถุเหล่านี้ขยายตัวไปมากกว่า ขอบเขตทางกายภาพของมันและได้สร้างผลซึ่ง สลับสับเปลี่ยนกันไปในภายนอก เป็นสิ่งที่มองไม่เห็น (แต่ได้ยิน)

ศิลปินในงาน Thailand Biennale
ศิลปินในงาน Thailand Biennale

Felix BLUME (เพิ่มเติม)

ศิลปินในงาน Thailand Biennale

     Rumors from the Sea คืองานจัดวางเสียง เฉพาะพื้นที่ที่ได้แรงบันดาลใจจากเขื่อนไม้ไผ่กันคลื่น ซึ่งหลายชุมชนในประเทศไทยใช้เป็นกรรมวิธีง่ายๆ ในการป้องกันชายฝั่งถูกกัดเซาะ งานจัดวางนี้เป็น การนาขลุ่ยไม้ไผ่หลายร้อยเลามาประกอบกันเหมือน เครื่องมือที่ใช้ชะลอกระแสน้ำไม่ให้ปะทะและกัดเซาะ ชายฝั่ง ในแง่หนึ่ง โครงการนี้เป็นการอุทิศแด่ ความอุตสาหะของชุมชนเหล่านั้น และในช่วงเวลาเดียวกันกับการจัดแสดงผลงานนี้ ศิลปินจะจัดเวิร์คช็อปร่วมกับนักเรียนจากโรงเรียนบ้านคลองเมือง เพื่อให้เด็กๆ ได้ทำเครื่องดนตรีไม้ไผ่ของตัวเอง ที่จะก่อให้เกิดเป็นผลงานออเคสตรา/จัดวางขลุ่ย ไม้ไผ่ที่บรรเลงโดยเกลียวคลื่น

ศิลปินในงาน Thailand Biennale
ศิลปินในงาน Thailand Biennale

ศิลปินในงาน Thailand Biennale ที่จัดแสดงที่เกาะกลาง

Takafumi FUKASAWA

ศิลปินในงาน Thailand Biennale

      Fukusawa มีความสนใจในวิถีชีวิตตามประเพณี ของผู้คนในเกาะกลาง แม้ว่าเกาะนี้จะเนินการท่องเที่ยว เชิงนิเวศอย่างมากในหลายปีที่ผ่านมา แต่เขาก็ค้นพบว่าผู้คนยิ่งสนุกกับกีฬาและธรรมชาติอยู่ โดยเฉพาะความผูกพันกับสัตว์ต่างๆ เช่น ไก่ แพะ และควาย ในขณะเดียวกัน Fukusawa ยังมีความสนใจในประวัติศาสตร์จากคำบอกเล่าของเกาะนี้ ที่กีฬาต่างๆ เช่น การแข่งเรือ การเล่นว่าว และฟุตบอล ล้วนมีบทบาทสำคัญในการสร้างชุมชน Fukusawa ได้แรงบันดาลใจมาจากการแข่งขันประกวดไก่ซึ่ง เป็นกิจกรรมที่การแข่งขันและสัตว์มาบรรจบกัน แต่ศิลปินเสนอที่จะสร้างสนามฟุตบอลให้กับควายแทน เขาจะสร้างโรงละครบนนาข้าวที่ถูกทิ้งร้างสำหรับ ผู้ชม และจะเปิดโอกาสให้กับควายทั้งหลายที่คุ้นเคย ท้องนาอยู่แล้วมาเล่นบทบาทหลักในการนำเสนอ ซึ่งเป็นการเน้นความสัมพันธ์อันเป็นเอกลักษณ์ระหว่าง มนุษย์กับธรรมชาติบนเกาะนี้

Mella JAARSMA

ศิลปินในงาน Thailand Biennale

       Mella Jaarsma ถูกดึงดูดไปที่ท่าเรือของเกาะกลาง ซึ่งเป็นจุดเชื่อมระหว่างเกาะกับเมืองกระบี่ มันเป็นจุดที่คนเดินทางไปมาระหว่างหมู่บ้านชาวประมงมุสลิมและเมืองของนักท่องเที่ยว และนักท่องเที่ยว เหล่านี้นอกจากจะชอบชายหาดแล้วก็ยังรู้สึกเหมือน อยู่บ้านของตัวเองไปกับวัฒนธรรมที่รุ่มรวยของคนในท้องถิ่น Jaarsma นำงาน งานจัดวางด้วยเบ็ดตกปลาซึ่งสายเบ็ดได้ซ่อนงานของเธอไว้ใต้น้ำ เธอเชิญชวนผู้ชมทั้งที่เป็นคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว ให้ดึงเบ็ดตกปลาขึ้นจากน้ำและดูงานศิลปะของเธอ ซึ่งมันก็จะหายกลับลงไปใต้น้ำอีกครั้ง อย่างไรก็ดี การโผล่ขึ้นมาและจมลงของงานก็ได้เล่าเรื่องราวแบบอื่น ในยุคที่เมืองไทยต้องเผชิญกับเหตุการณ์ การปฏิวัติทางวัฒนธรรมอันตึงเครียด ผู้ผลิต ผ้าบาติกในตอนนั้นถูกบังคับให้ทั้งแม่พิมพ์ทองแดง ที่ใช้พิมพ์ลายผ้าบาติกอันมีเอกลักษณ์ลงไปในแม่น้ำ เพราะตอนนั้นผ้าบาติกถือว่าเป็นสิ่งที่ “ไม่ศิวิไลซ์” แต่พวกเขาก็ค่อยๆ งมมันขึ้นมาจากน้ำทีละอัน ในตอนกลางคืน Silver Souls คืองานที่จะทำให้ ย้อนรำลึกถึงความทรงจำทางวัฒนธรรมดังกล่าวนี้ ซึ่งถูกฝังลงไปในแม่น้ำที่กระบี่แล้ว

ศิลปินในงาน Thailand Biennale

Valentina KARGA

ศิลปินในงาน Thailand Biennale
ศิลปินในงาน Thailand Biennale

      Coming Community คือโครงการที่กำลัง ดำเนินอยู่ของ Valentina Karga ซึ่งเป็นโครงการ สร้างแผนที่ของเรื่องเล่าที่เริ่มต้นขึ้นในเมืองเฮลซิงกิ ในปี 2016 และได้เด่นทางมาถึงกระบี่เป็นครั้งแรก ในงาน Thailand Biennale ครั้งนี้วิกฤตการณ์ต่างๆ ที่เราเผชิญไม่ว่าจะในทางสังคม ทางการเมือง ทางเศรษฐกิจ และทางสภาวะแวดล้อมนั้นก็ทำให้เรา ตระหนักวาโลกที่เรารู้จักกำลังจะจบลงแล้ว เรากำลังอยู่ที่ ‘สุดขอบฟ้าแห่งดินแดนมหัศจรรย’ ในเวลาที่ผู้คนหวาดกลัวและคิดถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ในทางลบ ผลงาน Coming Community ได้วางรากฐาน ให้กับจินตนาการทางเลือกในการมอง ‘ยุคสมัยของมนุษย์’ (อันเป็นยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ที่มนุษย์ ได้กลายมาเป็นพลังทางภูมิศาสตร์ที่ส่งผลกับทุกชีวิตบนโลก) โดยไม่ได้ใช้มุมมองของมนุษย์ Karga ใช้เวลาหนึ่งเดือนในพื้นที่ทำงานร่วมกับช่างฝีมือ ในท้องถิ่นและกลุ่มเด็กๆ ที่เกาะกลาง จังหวะกระบี่ เพื่อจินตนาการและสร้างเสาสี่ต้นจากวัสดุและเทคนิคงานช่างในท้องถิ่น โดยมีจุดประสงค์ในการนำเสนอคุณค่าและความคิดที่ต่างออกไปที่จะช่วยชุมชนได้ในเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้

ศิลปินในงาน Thailand Biennale
ศิลปินในงาน Thailand Biennale

WANG Wei

ศิลปินในงาน Thailand Biennale
ศิลปินในงาน Thailand Biennale

      การใช้กระเบื้องโมเสคถือเป็นสัญลักษณ์ในโลกศิลปะของ Wang Wei ศิลปินผู้ทำงานท้าทายกับพื้นที่และรูปแบบทางสถาปัตยกรรมที่อยู่ในพื้นที่เหล่านั้น ส่วนในกรณีนี้ คือพื้นที่ชายหาด เขาวาง กระเบื้องโมเสคสีเดียวกับน้ำทะเลทีละแผ่นบนหาด ซึ่งติดกับทะเล ผลงาน Elevated Sea Level ถือเป็นงานที่สร้างมายาภาพของ “ผิวทะเล” ที่โผล่ขึ้นมาจากพื้นที่ประหลาดทว่าก็คุ้นเคย เกาะกลางเป็นพื้นที่ที่พิเศษของกระบี่ ที่ซึ่งเป็นเพชรเม็ดงามที่มีชุมชนค่อนข้างปิด แต่นักท่องเที่ยวเข้าถึงได้ เพราะพวกเขายังคงต้อนรับคนนอก ทั้งทำเลและการนำเสนอผลงานนี้เป็นการให้ภาพปรากฏการณ์ ธรรมชาติและการยอมรับอย่างน่าขัน ถึงความสัมพันธ์อันไม่ราบรื่นระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ระหว่างวัตถุที่มนุษย์สร้างขึ้นและธรรมชาติที่รายล้อมมันอยู่ การสร้างงานชิ้นนี้จึงต้องมีทักษะสูง แต่ก็ต้องใช้ความบังเอิญมาช่วยด้วย ซึ่งมี ความขัดแย้งมากมายเกิดขึ้นในงานดังกล่าวนี้ ราวกับการก้าวเข้ามาใน Edge of the Wonderland

ศิลปินในงาน Thailand Biennale
ศิลปินในงาน Thailand Biennale

ศิลปินในงาน Thailand Biennale ที่จัดแสดงที่อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี

Amber & Charlie GINSBURG, VINZ Sara BLACK

ศิลปินในงาน Thailand Biennale
ศิลปินในงาน Thailand Biennale

     ผลงานนี้มีจุดเริ่มต้นจากคำว่า ‘Great Outdoors’ ที่นักปรัชญาชาวฝรั่งเศส Quentin Meillassoux ใช้กล่าวถึงสถานที่ที่ตั้งอยู่นอกกรอบคิดใดๆ ของมนุษย์ Le Musée du Grand Dehors พยายามที่จะนำเสนอภาพของประสบการณ์ที่เป็นไปไม่ได้นี้ผ่านวัสดุอย่างเดียวนั้นคือคาร์บอน คาร์บอนปรากฏอยู่ในสสารทุกชนิดในจักรวาลและคงอยู่ได้นานถึงสองพันปี ดังนั้นจึงเป็นวัสดุที่สามารถก้าวข้าม ความสัมพันธ์กับเวลาและธรรมชาติที่มมุนษย์เป็นศูนย์กลางเข้าสู่สิ่งที่เรียกว่า “เวลาลึก” ได้ พิพิธภัณฑ์แห่งโลกภายนอก ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณีเป็นประติมากรรมที่บันทึกลมหายใจในวงจรคาร์บอน ต้นไม้ที่เคยมีชีวิตกลายสภาพเป็น ถ่านคาร์บอนบริสุทธ์ในสภาวะหยุดนิ่ง ต้นไม้ถ่านสีดำเหลือบมีรูปทรงเหมือนต้นไม้ แต่ให้ความรู้สึกที่แปลก ประหลาด โครงสร้างของพิพิธภัณฑ์ทเก็บส่วนหนึ่งของต้นไม้ถ่านที่สร้างขึ้นอย่างประณีตนแตกต่างจาก พิพิธภัณฑ์ทั่วไป โดยได้รับการออกแบบให้นำแสงธรรมชาติจากป่าไปส่องที่ตัวประติมากรรมภายใน และแสงภายในจะเปลี่ยนไปพร้อมๆ กับแสงที่ส่องผ่าน ร่มเงาของไม้ภายนอก บรรยากาศสลัวภายในกับผนัง ไม่เสมอที่ปกคลุมด้วยปนแต่งจากถ่าน ผู้มาเยือนจะต้องปรับประสาทสัมผัสของตนยามได้พบกับประติมากรรมชิ้นนี้ พูดง่ายๆ คือ ‘Great Outdoors’ เป็นพื้นที่ที่ไม่เพียงขอให้เรามองออกไป “ข้างนอก” แต่ยังขอให้เรามองเข้ามาที่ความสัมพันธ์ของเรากับงานชิ้นนี้ด้วย

Richard & Visarnsak STREITMATTER-TRAN SAVANGKAEW

ศิลปินในงาน Thailand Biennale

       Richard Streitmatter-Tran มีการทำงานหลากหลายประเภท แต่ปัจจุบันเขาให้ความสนใจ กับการสำรวจวัสดุผ่านประติมากรรม จิตรกรรม งานจัดวาง และงานวาดเส้น สำหรับ Thailand Biennale น Streitmatter-Tran รวมงานกับประติมากรจากกระบี่ (วิศาลศักดิ์ สว่างแก้ว) ในการสำรวจความซับซ้อนและความน่าตื่นตาตื่นใจของ วัสดุธรรมชาติ โดยได้แรงบันดาลใจจากตำนาน มโนราห์กินรี (ครึ่งหญิง ครึ่งนก) ในนิทานพื้นบ้านของอินโดนีเซีย ศิลปินทั้งสองจะรวมกันสร้าง Anima ซึ่งเป็นกลุ่มประติมากรรมรูปสัตว์ต่างๆ ที่มีแก่นในเป็นรูปร่างของเทพกินรีส่วนผสมระหว่าง มนุษย์/สัตว์เหล่านี้สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่าง มนุษย์กับโลกของสัตว์ที่มีความสำคัญแตกเปราะบาง การที่ประติมากรรมนี้จะตั้งอยู่ข้างน้ำตกในกระบี่ ตลอดช่วงเวลาของเทศกาล Thailand Biennale ทำให้คาดว่าพื้นผิวชั้นนอกจะค่อยๆ หลุดออกหลังโดนฝน ลม และแดด เพื่อเผยให้เห็นกินรีในตำนานที่อยู่ภายใน

ศิลปินในงาน Thailand Biennale

Rikuo UEDA

ศิลปินในงาน Thailand Biennale
ศิลปินในงาน Thailand Biennale

      Rikuo Ueda มีความสนใจในพลังของธรรมชาติ และมุมมองโลกระดับจักรวาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความลับของโลกที่เรารู้ได้จากกลศาสตร์ควอนตัม ตลอดชีวิตการทำงานของเขา เขาสร้างชื่อเสียงจากการ “ใช้ลมวาด” ซึ่งก็คือการที่เขาสร้างกลไกระดับพื้นๆ ที่จะทำให้ธรรมชาติสร้างงานศิลปะให้กับเขาในบางโอกาส ลมที่ว่านี้ก็นำสารมาด้วย เขากล่าวว่า ในกลศาสตร์ควอนตัม ชีวิตและความตายไม่ใช่สิ่งที่ต่างกัน ซึ่งนี่เป็นจุดยืนเดียวกันกับศาสนาพุทธ และพราหมณ์ นับพันปีมาแล้ว เมื่อเขาได้ลงพื้นที่เมื่อปี 2017 เขาได้วาดโปสการ์ดด้วยใบไม้และลมของจังหวัดกระบี่ และส่งโปสการ์ดนี้ไปให้ภรรยาของเขาผู้ล่วงลับไปแล้ว ในเทศกาล Thailand Biennale นี้ เขาจัดวางกรอบไม้รูปบ้านเอาไว้ในบ่อน้ำแห่งหนึ่งของน้ำตกธารโบกขรณี ในช่วงเวลาจัดแสดงงาน 4 เดือน ปีกเปล่านี้จะรับลมจากน้ำตกและใช้มันในการเขียนจดหมายตอบจากภรรยาของเขาลงบนกระดาษ และมันจะถูกเขียนขึ้นโดยมีเสียงของละครกินรีประกอบ

ศิลปินในงาน Thailand Biennale
ศิลปินในงาน Thailand Biennale

VERTICAL SUBMARINE

      หนึ่งในแง่มุมที่โดดเด่นในงานของ Vertical Submarine ก็คือพวกเขาจะชอบสร้างความลวงตา ให้กับผู้ชม Mirrors and copulation are abominable, since they both multiply the numbers of men... เป็นเหมือนเขาวงกตที่ไม่มีกำแพงหรือพรมแดนทางกายภาพ ซึ่งพวกเขาเอาแนวคิดนมาจากเส้นทางหลากหลายที่นักท่องเที่ยว จะสามารถเข้าไปชมน้ำตกธารโบกขรณีได้ ผู้ชมจะได้เผชิญหน้ากับสะพานที่ถูกทิ้งร้างสองสะพาน ในพื้นที่ที่ดูหน้าตาเหมือนกัน เมื่อผู้ชมต้องเจอ สะพานนี้ซ้ำ ผู้ชมก็จะได้ความรู้สึกของการเจอสิ่งที่ เคยเห็นมาก่อน และตั้งคำถามว่าพวกเขากลับมาที่เดิมหรือไม่ สะพานทั้งสองนี้จะมีเศษหนังสือพิมพ์จีน ที่มีข่าวเรื่องนักเขียนจีน Yu Dafu หายตัวไปที่เกาะสุมาตราช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ติดอยู่ และผู้ชมจะเห็นมันสะท้อนในกระจก สะพานทั้งสองยังเป็นการย้ำเตือนและเชื่อมโยงเหตุการณ์ที่ถูกลืม ไปในเขตร้อนอุษาคเนย์ และเชื่อมโยงอุทยานแห่งชาติที่มีขอบเขตจำกัดเข้ากับเรื่องเล่าที่เปิดกว้างในบริบทที่กว้างกว่า

ศิลปินในงาน Thailand Biennale

WANG Sishun

ศิลปินในงาน Thailand Biennale
ศิลปินในงาน Thailand Biennale

      งานประติมากรรมโลหะที่อยู่หน้าทางเข้าอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณีเป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์ Apocalypse ซึ่งประกอบไปด้วยหินนับร้อยๆ ก่อนที่ศิลปินเก็บมาจากทั่วโลกเป็นระยะเวลาหลายปี และผลงานที่แสดงในที่นี้คือการนำหินขรุขระที่อยู่ในบริเวณทางเดินของอุทยานมาผลิตซ้ำด้วย การหลอมเหลวก้อนหินเหล่านี้ไม่ต่างอะไรกับ ภาพเหมือนบุคคล อันเต็มไปด้วยจิตวิญญาณ ศีลธรรม ศรัทธา โชคชะตา และเนื้อแท้ของความเป็นมนุษย์ขนาด รูปราง สีสัน และพื้นผิวที่แตกต่างกันของหินแต่ละก้อนสะท้อนถึงความเป็นปัจเจกของมนุษย์แต่ละคน ซึ่งมีที่มาจากความแตกต่างทางสังคมและสถานที่ เชื้อชาติและอัตลักษณ์ อดีต และอนาคต เนื้อแท้ทางธรรมชาติและคุณค่าของหิน ได้แก่ ความศักดิ์สิทธ์ความสูงส่ง ความน่าเกลียด และความชั่วร้าย ก้อนหินเหล่านี้ ได้รวมตัวกันและกระทบกระทั้งกัน โดยถูกขัดเกลาผ่านกาลเวลา และรากเหง้าของพวกมันเอง

ศิลปินในงาน Thailand Biennale
ศิลปินในงาน Thailand Biennale

     งาน THAILAND BIENNALE, KRABI 2018 ณ จังหวัดกระบี่ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 – 28 กุมภาพันธ์ 2562 มีผลงานกว่า 70 ชิ้น โดยศิลปินช้ันนําจากทั่วโลก ถูกจัดวางอยู่กลางแจ้งในพื้นที่ทาง ธรรมชาติ ในรูปแบบของศิลปะเฉพาะพื้นที่ (SITE-SPECIFIC INSTALLATION) ในบทความถัดไป Zipevent จะพาไปพบกับ ศิลปินดั่งกล่าวกัน ดูรายละเอียดได้ที่นี่


สามารถค้นหางานอีเว้นท์ที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่

Line: @Zipevent (อย่าลืมเติม @ ข้างหน้าด้วยนะคะ) หรือจิ้มไปที่ลิงก์นี้ได้เลย https://line.me/R/ti/p/%40khj7199c

Instagram: www.instagram.com/zipevent

Website: www.zipeventapp.com

Twitter: www.twitter.com/zipeventapp

Facebook: www.facebook.com/zipevent

Comments

comments