Category

Event News

Category

เราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าใครหลายๆ คนต้องเคยมีความรู้สึกแบบนี้ที่ว่ารู้สึกว่าหมดพลัง ไม่มีแรงจะทำอะไรกันเลย อันเนื่องจากเหตุเป็นเพราะเหนื่อยจากที่ทำงาน บ้างก็มีปัญหากับชีวิตที่ไม่รู้จะหันไปพึ่งพลังจากทางไหน รวมไปถึงก็ไม่รู้จะหาพลังบวกจากไหนมาใส่ในชีวิตให้ชีวิตมีความสุข แต่วันนี้เรามีทางออกมาให้แล้ว เพราะเราจะมาพูดถึง วิธีเพิ่มพลังบวก กัน ก่อนที่จะเชิญชวนทุกคนให้ออกไปชมนิทรรศการงานศิลปะ Power up my life นิทรรศการที่จะทำให้คุณมองสิ่งต่างๆ รอบตัวเป็นเรื่องง่าย มีกำลังใจสร้างพลังบวก และกลับมาเป็นคนที่สดใสเหมือนเดิม! แต่ก่อนอื่นนั้น การสร้างพลังบวกที่ดีได้ มันต้องเริ่มจากตัวเราเองก่อนนะ ไปลุยกันเลย ให้รางวัลกับตัวเอง ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการที่เราจะสร้างพลังบวกได้ดีที่สุดคือการให้รางวัลกับตัวเอง และรักตัวเองให้มากๆ ซึ่งในที่นี้การหันมาให้รางวัลกับตัวเองนั้น หลายๆ คนอาจจะกำลังสงสัยว่าแล้วรางวัลในที่นี้จะต้องใหญ่และมากมายขนาดไหน แต่สิ่งที่เรากำลังจะบอกก็คือการหันมาให้รางวัลกับตัวของคุณเองนั้นไม่จำเป็นจะต้องใหญ่มากมายขนาดนั้นก็ได้! การให้รางวัลกับตัวเองในที่นี้ที่เราอยากจะยกตัวอย่างอาจจะเป็นเรื่องเล็กๆ เช่น การพาตัวเองออกไปพักผ่อน การกินขนมอร่อยๆ ออกไปเจอเพื่อฝูง หรือถ้าบางคนมีกิจกรรมงานอดิเรกที่ชอบการดูซีรีส์ ก็อาจจะให้รางวัลตัวเองเป็นการหยุดพักเพื่อนอนดูซีรีส์อยู่ที่บ้านก็สามารถทำได้ด้วยเช่นกัน เห็นมั้ยล่ะ! ว่าจริงๆ แล้วการให้รางวัลกับตัวเองเป็นอะไรที่ง่ายมาก เล็กๆ ก็สามารถที่จะทำได้ เข้าใจเขา เข้าใจเรา สิ่งต่อมาคือการเข้าใจคนอื่น มันแน่นอนอยู่แล้วว่าคนแต่ละคนก็ย่อมที่จะต้องมีวัตถุประสงค์ในสิ่งต่างๆ มีจุดมุ่งหมาย อีกทั้งไม่มีสิ่งใดบนโลกนี้เป็นไปตามอย่างที่ใจเราคิดไว้เสมอ ดังนั้นการหัดเข้าใจเขา เข้าใจเราจึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่จะบูสต์พลังบวกให้ตัวเองมีภูมิต้านทานที่ดีได้ ในที่นี้การเข้าใจเขา เข้าใจเราที่ยกมาเขียนคือเป็นการหัดที่จะยอมรับในความผิดหวังให้ได้ หัดเผื่อใจให้เป็นกับทุกๆ เรื่อง เพราะถ้าหากลองคิดดูเล่นๆ แล้วล่ะก็ชีวิตทั่วไปก็ต้องพบเจอกับความผิดหวังอยู่แล้ว ดังนั้นจึงควรมองให้เป็นเรื่องธรรมดา และมองหาเป้าหมายใหม่นั่นเอง อย่าเปรียบเทียบ อีกสิ่งหนึ่งที่จะมาลดทอนพลังบวกของเรานั่นก็คือการเอาตัวเองไปเรียบเทียบกับคนอื่นซึ่งเราอยากจะบอกว่านั่นเป็นวิธีที่ผิดอย่างมหันต์ การเอาตัวเองไปเทียบกับคนอื่นนั้นแน่นอนว่ามันจะย่ิงทำให้เราท้อใจอย่างหนักอึ้ง ตัดพ้อกับชีวิตมากขึ้นไปอีกว่าทำไมเราถึงไม่ได้เป็นแบบนั้นบ้าง ซึ่งจริงๆ เราก็ไม่ได้อยากจะบอกว่าคนเราไม่มีสิทธิ์ที่จะเอาตัวเองไปเปรียบกับคนอื่นหรอกนะ แต่สิ่งที่อยากจะบอกก็คือเปรียบเทียบได้แต่จงพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีด้วยเช่นกัน กล่าวคือเราก็คือเรา จงภูมิใจในตัวเองให้มากที่สุด และอย่ามัวเสียมานั่งเวลาเอาตัวเองไปเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียอยู่กับผู้อื่น เพียงเท่านี้เราก็จะสามารถมีพลังบวกดีๆ ได้แล้ว นิทรรศการ Power up My Life นิทรรศการนี้จัดที่ 10ml. Cafe & Gallery / วันนี้ – 31 มีนาคม หากทุกคนลองปรับทัศนคติกันดูแล้วจาก 3 ข้อด้านบน เราก็อยากเชิญชวนทุกคนออกไปบูสต์พลังเพิ่มกันอีกหนึ่งที่ ก็คือการออกไปรับพลังบวกกับนิทรรศการนี้ Power up My Life นิทรรศการที่จะทำให้คุณได้มองเห็นถึงสิ่งเล็กๆ รอบตัวที่มันสามารถเป็น วิธีเพิ่มพลังบวก ให้กับตัวของคุณเอง เหมือนกับคำเปร่ยของนิททรศการนี้ที่ศิลปินได้เขียนเกริ่นเอาไว้ มีช่วงหนึ่งที่เคยสับสนหมดพลังในการวาดรูป ไม่รู้จะวาดอะไร วาดไปทำไม รู้สึกว่าตัวเองยังทำได้ไม่ดี เลยได้เขียนข้อความพร้อมรูปลงในเพจตัวเองเพื่อให้กำลังใจตัวเองและให้กำลังใจคนอื่นๆไปด้วย ซึ่งข้อความเหล่านี้เปรียบได้กับการเพิ่มพลังงานชีวิต พลังใจในการทำงานต่อไป เหมือนกับ energy drink, energy food ที่ boost up the energy ฝากติดตามข่าวสารงานอีเว้นท์กับ Zipevent ในช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ตามนี้เลย  Line: @Zipevent (อย่าลืมเติม @ ข้างหน้าด้วยนะคะ) หรือจิ้มไปที่ลิงก์นี้ได้เลย @ZipeventInstagram: @ZipeventWebsite: www.zipeventapp.comTwitter: @ZipeventFacebook: @Zipevent

Res Artis 2021 Conference: Defining The Next Decade Event News

การประชุม Res Artis 2021 Conference : Defining The Next Decade การประชุมระดับนานาชาติที่รวบรวมหอศิลป์และแกลเลอรีทั่วโลกเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการแนวทางการจัดโครงการศิลปินในพำนัก ให้ตอบรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยในปีนี้ SAC Gallery (เอส เอ ซี แกลเลอรี) ในฐานะผู้จัดงานอย่างเป็นทางการ…

นิทรรศการ “Art For Air” Event News

นิทรรศการ Art For Air เป็นความร่วมมือระหว่างสภาลมหายใจเชียงใหม่ หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ (สามกษัตริย์) และพื้นที่ทางศิลปะอิสระ พร้อมด้วยความร่วมมือจากนักสร้างสรรค์และศิลปิน เพื่อร่วมโครงการศิลปะในพื้นที่สาธารณะรอบเมืองเชียงใหม่ จุดมุ่งหมายหลัก คือการมีส่วนร่วม สร้างบรรยากาศการวิพากษ์ และสร้างความตระหนักบนความเข้าใจ ที่ทำให้เกิดเป็นความร่วมมือที่เป็นองค์ความรู้และข้อเสนอที่น่าสนใจด้วยงานศิลปะร่วมสมัยในวงกว้าง ด้วยเหตุนี้ Art For Air จึงทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการประสานความร่วมมือระหว่าง…

หากพูดถึงแวดวงงานศิลปะในบ้านเรา สมัยก่อนนั้นยังไม่ค่อยมีพื้นที่ให้ได้โชว์ของกันสักเท่าไรนัก แต่ ณ วินาทีนี้ “พื้นที่แห่งศิลปะ” ได้กลับมาแล้ววว!!! วันนี้เราจะพาทุกคนเตรียมตัวให้พร้อมไปกับนิทรรศการที่กำลังจะจัดขึ้นในต้นเดือนหน้านั่นก็คือ “Blooming Home” นิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของ “ออย” คนธรัตน์ เตชะไตรศร ศิลปินไทยที่หลายคนรู้จักเธอผ่านในชื่อเจ้าของแบรนด์ give.me.museums ซึ่งกำลังเป็นที่โด่งดังในตอนนี้ โดยเธอได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างศิลปะมาจากคำพูดของจิตรกรเอกคนสำคัญของโลกอย่างปาโบล ปิกัสโซ่ ที่ว่า “Give me a museum and I’ll fill it.” ส่งพิพิธภัณฑ์มาให้ฉันสิ แล้วฉันจะเติมมันให้เต็มเอง เมื่อได้รู้ถึงแรงบันดาลใจของออยแล้ว บอกเลยว่าศิลปินคนนี้ต้องไม่ธรรมดา เพราะหากใครได้ติดตามหรือเล่นโซเชียลอยู่บ่อยๆ อาจจะได้พบเห็นอินสตาแกรมจากแบรนด์ give.me.museums ของเธอผ่านหูผ่านตากันอยู่บ้าง ผลงานแต่ละชิ้นของเธอมีความโดดเด่นและมีสีสันที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครเลยทีเดียว จะเห็นได้ว่าพื้นที่ของศิลปะได้เข้ามาเติมเต็มหัวใจของเหล่าสายอาร์ต และออยจะเติมเต็มศิลปะในใจให้คุณ ขอเพียงแค่พาใจและจิตวิญญาณไปซึบซับสุนทรียะจากนิทรรศการของเธอก็พอแล้ว เบื้องต้นมาทำความรู้จักกับศิลปินเล็กๆ น้อยๆ ก่อนที่จะได้ไปดื่มด่ำและรับชมผลงานภาพจิตรกรรมของเธอในนิทรรศการครั้งนี้ “ออย” จบการศึกษาจากคณะศิลปกรรมศาสตร์นฤมติศิลป์ สาขาเรขศิลป์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันเป็นศิลปินอิสระและทําแบรนด์ give.me.museums โดยถ่ายทอดเรื่องราวที่เรียบง่ายผ่านสีสัน ที่มีความสดใส เน้นอารมณ์ความรู้สึกมากกว่าความเหมือนจริง เธอชื่นชอบการสร้างผลงานด้วยมือ และเทคนิคของเธอไม่มีอะไรตายตัว ขอแค่ได้สนุกกับการใช้สีสันเยอะๆ เพียงแค่ได้จับคู่สีเธอก็มีความสุขแล้ว “Blooming Home” ในครั้งนี้ ทุกคนจะได้สัมผัสและผจญภัยไปกับการเดินทางของหญิงสาวซึ่งก็หมายถึงตัวเธอที่ได้เริ่มวาดรูปโดยใช้สีเทียนวาดลงบนกำแพงบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่เธอจะวาดจากจินตนาการของเธอ ใช้ความรู้สึกเป็นหลัก ออยมักจะกำหนดโครงร่างไว้คร่าวๆ แล้วเติมเต็มสีสันไปเรื่อยๆ ไม่รู้จบ บางครั้งเธอไม่รู้เลยว่าภาพจะออกมาเป็นแบบไหน แต่เอกลักษณ์ที่ทำให้ทุกคนจดจำผลงานของเธอได้คือ “สีสัน ดอกไม้ ทุ่งหญ้า ท้องฟ้า และฝีแปรง” นอกจากนี้ ออยตั้งใจให้นิทรรศการนี้มีบรรยากาศเหมือนการเปิดบ้านให้เพื่อนๆ มานั่งเล่น สำรวจห้อง และสัมผัสตัวตนของเธอไปพร้อมกันผ่านผลงานจิตรกรรมที่ไม่ได้อยู่แค่ในผืนผ้าใบแคนวาส แต่จะอยู่ทุกๆ ที่รอบตัวเรา รับรองว่านิทรรศการนี้จะนำคุณผู้ชมหลุดเข้าไปในบรรยากาศตอนทำงานในห้องสตูดิโอตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบันของเธอ หรือไม่แน่อาจจะเจอเธอมานั่งทำงานอยู่ที่สตูดิโอนี้ด้วยก็ได้!!! ซึ่งวันนี้เรามีภาพตัวอย่างภาพผลงานของเธอมาให้ดูกันแบบเรียกน้ำย่อย ก่อนไปชมนิทรรศการกัน จะสวยแค่ไหนไปดูกันเลยทุกคน เป็นไงกันบ้างสำหรับผลงานศิลปะของเธอบอกแล้วว่าไม่ธรรมดา หากใครที่เป็นแฟนคลับตัวยงและติดตามผลงานภายใต้แบรนด์ของเธอมาโดยตลอด หรือใครที่เป็นสายอาร์ตต้องห้ามพลาด รายละเอียดการจัดแสดงนิทรรศการ จัดแสดงในวันที่ 6 มีนาคม – 25 เมษายน 2564 เวลา 11.00 – 20.00 น. The Jam Factory และเปิดนิทรรศการในวันเสาร์ที่ 6 มีนาคม 2564 เวลา 18.00 น. ที่ The Jam Factory เช่นกันเข้าชมฟรี ***ปิดสงกรานต์ระหว่างวันที่ 12-15 เมษายน 2564 นอกจากนี้ สามารถติดตามข่าวสารกิจกรรมของออยที่จะเกิดขึ้นได้ ตามช่องทางนี้ Facebook ของ The Jam Factory Bangkok คลิกInstagram ของ The Jam Factory Bangkok คลิกFacebook ของ give.me.museums คลิก มาร่วมค้นหาคำตอบไปพร้อมกัน ว่าอะไรที่ส่งผลทำให้เป็น “ออย” คนธรัตน์คนปัจจุบัน กันที่นิทรรศการของเธอกันนะ! ด้วยความหวังดีและห่วงใยจากชาวซิปก็ขอให้ทุกคนดูแลตัวเองและสนุกไปกับงานอีเว้นท์ อย่าลืมสวมหน้ากาก ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ และรักษาระยะห่างทางสังคมกันด้วยน้า วันนี้ชาวซิปต้องขอตัวลาไปก่อน หากมีข่าวสารงานอีเว้นท์ดีๆ ในครั้งหน้า…

Event News

กลับมาเอาใจสาวกที่ชื่นชอบงานศิลปะกันอีกสักหนึ่งครั้ง ในช่วงสิ้นเดือนแบบนี้แน่นอนว่าใครหลายๆ คนก็กำลังที่จะมองหางานศิลปะเพื่อจะไปเสพศิลป์กันถูกมั้ย เราเลยได้บังเอิญไปเลื่อนๆ ฟีดบนหน้าเฟซบุ๊ก จึงไปสะดุดกับงานอีเว้นท์ศิลปะตัวนี้เข้า เลยอยากที่จะนำมาบอกต่อ และชักชวนให้ทุกคนไปกับนิทรรศการ Whispers in the wind เสียงกระซิบในสายลม ที่ Joyman Gallery วันนี้ 28 กุมภาพันธ์ -…

Event News

สำหรับหลายคอนเทนต์ที่ผ่านมาในช่วงนี้ ชาวซิปได้แนะนำอีเว้นท์สายอาร์ตต่างๆ และพาเดินชมนิทรรศการที่น่าสนใจกันไปแล้ว วันนี้เลยมีอีเว้นท์ดีๆ เปลี่ยนแนว เปลี่ยนบรรยากาศ จากสายเสพศิลป์มาเป็นสายกินกันบ้าง ใครเป็นสายของหวานยกมือขึ้น?…มีนาคมนี้เครือเซ็นทรัลและพันธมิตรยกทัพขบวนของหวานกับงาน Signature Sweets 2021 มาจัดให้ถึงที่ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ “ไม่ว่าจะทุกข์ สุข เศร้า เหงา หัวเราะ ก็ยังเอนจอยกับการกินได้แล้วความหวานจะเยียวยาทุกสิ่ง”…

หลายๆ ครั้งที่เราต้องเจอกับเหตุการณ์ที่เราไม่สามารถเข้าใจได้ ทำได้เพียงแค่รู้สึกไปพร้อมกับสิ่งๆ นั้นก็พอ เหมือนกับนิทรรศการ TRANSIENCE ของ จิรายุ ตันตระกูล ที่เขาเคยพูดไว้ว่า “ไม่ต้องมีคำอธิบายว่ารูปสื่อถึงอะไร เพราะรูปไม่ได้ทำไว้เพื่อให้เข้าใจ แต่มีไว้เพื่อให้รู้สึกถึง ความเข้าใจเป็นเรื่องของตรรกะ ส่วนความรู้สึกเป็นเรื่องของพลังงาน มันคล้ายกับการยืนดูความงามของหมู่เมฆ ไม่จำเป็นต้องถามฟ้าว่า เหตุใดจึงปั้นหมู่เมฆให้เป็นรูปนั้นรูปนี้ ยิ่งตั้งคำถามยิ่งห่างไกลจากการรู้สึกถึง ยิ่งรู้สึกยิ่งห่างจากการตั้งคำถาม ไม่มีสวย ไม่มีว่าไม่สวย มีแต่การยอมรับความเป็นจริงอย่างที่มันเป็น ไม่ใช่อย่างที่เราอยากให้เป็น ” งานนามธรรมที่เกิดจากการรวมตัวกันของเนื้อสีและเม็ดทรายจำนวนมหาศาลเคลื่อนตัวเกาะกลุ่มผสานเข้าเป็นเนื้อเดียว ทั้งรุนแรงพุ่งพล่าน คืบคลานเนิบนาบ กระจัดกระจายแตกซ่านบนผืนผ้าใบ อณูของสีและเม็ดทรายเหล่านั้นแทนบันทึกภาวะ ณ ขณะหนึ่งของศิลปินในฐานะมนุษย์ที่กำลังแสวงหาความจริงของชีวิต ช่วงเวลาคู่ขนานของชีวิตการเป็นนักแสดงตลอดระยะหลายปีที่ผ่านมาของจิรายุ เขาสร้างพื้นที่ลับที่เปรียบเสมือนดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ในพื้นที่แห่งนี้เขาได้บ่มเพาะพลังบวกให้กับจิตใจ ร่างกาย และสติปัญญา ใช้เวลาอยู่กับการทบทวน ไตร่ตรองและบันทึกความคิด ความรู้สึกผ่านตัวอักษรและภาษาภาพ เขาได้ทุ่มเทแสวงหาหนทางแห่งปัญญาเพื่อสร้างภาวะสำนึกรู้ และได้แสดงออกภาวะ ณ ขณะเวลานั้นออกมาเป็นงานศิลปะในรูปแบบนามธรรม Abstract Expressionism ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าเป็นรูปแบบที่ศิลปินโต้ตอบได้อย่างอิสระและมีพลังที่สุดในเวลานี้ Abstract Expressionism ได้รับการบัญญัติขึ้นครั้งแรกที่ นิวยอร์ค อเมริกา ในช่วงปี 1940 เป็นแนวทางศิลปะที่ไม่ยึดติดในการแสดงรูปร่าง รูปทรง แต่เน้นการสำแดงอารมณ์อย่างตรงไปตรงมาตามสัญชาตญาณเหนือสิ่งอื่นใด Abstract Expressionism แบ่งเป็น 2 กระบวนการ คือ Action painting ที่เน้นการใช้ร่างกายขับเคลื่อนเป็นกลไกในการ สะบัด สาด ลงบนผืนผ้าใบ ศิลปินที่มีชื่อเสียง เช่น แจคสัน พอลลอค ( 1950 ) ลีเครสเนอร์ ( 1957 ) ถ่ายทอดอารมณ์แรงกระตุ้น ความเป็นจริงของสภาวะขณะนั้นที่ศิลปินรู้สึกได้ดีที่สุดกระบวนการที่ 2 Color field painting เน้นการเคลื่อนตัวอย่างอิสระของสีในพื้นที่กว้างแนวระนาบ ทิ้งร่องรอยอย่างเป็นธรรมชาติด้วยพลังของมวลสีนั้นๆ เอง ศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับโลกเช่น คลิฟฟอร์ต สตีล ( 1948 ) โรเบริ์ต มาเธอร์เวล ( 1961 ) เมื่อได้เห็นผลงานงานนามธรรมในปี 2020 ของศิลปิน จิรายุ ตันตระกูล เหมือนได้เห็นการควบรวม 2 กระบวนการของ Abstract Expressionism เข้าไว้ด้วยกันได้อย่างกลมกลืน งานศิลปะทุกชิ้นนำทางด้วยปรัชญาหลักของการภาวนาปฏิบัติ ที่ศิลปินปฏิบัติเป็นวัตรเพื่อสำรวจสภาวะจิตใจ พัฒนาตนเอง เมื่อสำนึกรู้เข้าใจความรู้สึกในภาวะขณะนั้นแล้ว ศิลปินจึงพร้อมสร้างงานศิลปะของเขา ปลดปล่อยความรู้สึกนั้นด้วยเทคนิคที่หลากหลาย เช่น การสาดมวลสี ยิงธนูลูกโป่งสี การเขวี้ยงขว้างปา สร้างแรงปะทะฉับพลัน แต่ในขณะเดียวกันในพื้นที่บางส่วนก็ผ่อนคลายด้วยการปล่อยมวลสีและเม็ดทรายนั้นให้เคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติ สร้างองค์ประกอบระหว่างร่องรอยแห่งการปะทะอย่างรุนแรงกับความสงบนิ่งอย่างสมดุล ศิลปินเคยกล่าวไว้ว่า ในยุคที่โลกพัฒนาวิทยาการทุกสิ่ง แต่ดูเหมือนว่ามนุษย์จะเพิกเฉยต่อการพัฒนาตนเอง การภาวนาทำสมาธิใช้สติพิจารณาเหตุและผลของแรงกระทบที่เกิดขึ้นจากภายนอก เป็นไปเพื่อยอมรับความจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ทำให้ศิลปินได้มองเห็นปัญหาเพื่อนำมาพัฒนาศักยภาพชีวิต และงานศิลปะที่เขาสร้างนั้นเป็นดั่งบันทึกเตือนใจที่ล้ำค่าแสดงผลลัพธ์แห่งการปฏิบัตินั้น จิตรกรรมนามธรรมร่วม 50 ชิ้นที่ศิลปินสร้างคือภาพแทนภาวะขณะของมนุษย์ที่เป็นอนัตตา เป็นบันทึกร่องรอยเชื่อมโยงของจิตสู่ทั่วสรรพางค์ร่างกาย ช่วงเวลา ช่วงชีวิตแต่ละภาวะ นอกจากถ่ายทอดเป็นภาษาภาพ ศิลปินยังจารึกเป็นภาษาเขียนไว้ในชื่องานแต่ละภาพด้วย …เพราะสงบนิ่งความจริงจึงปรากฏ, ยอมรับความธรรมดา, หยาบเข้าใจ ละเอียดรู้สึก เป็นต้น จิรายุ ตันตระกูลจิรายุ ตันตระกูล เป็นชาวไทยเชื้อสายปาทาน เกิดปี พ.ศ.…

Event News

ผู้หญิง ในภาพจำของหลายๆ คนคือจะมีความอ่อนโยน เรียบง่าย และเปราะบาง ซึ่งทาง SAC Gallery จะพาทุกคนไปเผยให้เห็นถึงอีกด้านของผู้หญิง ที่แฝงไปด้วยความเฉียบแหลมของกระบวนการคิดและแข็งแรงด้วยฝีมือ อย่างนิทรรศการ Herspective เนื่องด้วยวันที่ 8 มีนาคมของทุกปี จะเป็นวันสตรีสากล ทาง SAC Gallery ก็อยากจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันศิลปินหญิงที่มีความสามารถมากมายสู่สายตาผู้ชม…

Event News

การออกกำลังกายนั้นมีให้เราได้เลือกมากมายหลายแบบอย่างเช่น การเล่นฟิตเนส ว่ายน้ำ หรือว่าวิ่ง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนเลย วันนี้ซิปอีเว้นท์มีอีกการออกกำลังกายมาแนะนำเพื่อนๆ ชาวซิปให้ลองได้ไปกัน นั่นก็คือการเต้น Zumba กับคอร์สเรียนออนไลน์อย่าง Moove Dance กับครูหนุ่มนั่นเอง การเต้น Zumba เป็นอีกการออกกำลังกายชนิดหนึ่ง ที่คล้ายๆ กับการเต้นแอโรบิกลดน้ำหนักเพื่อคาร์ดิโอ เราสามารถเต้น Zumba…

เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะเคยรู้สึกเคว้งคว้างกับอะไรบางอย่าง ซึ่งความเคว้งคว้างเนี่ยก็เหมือนกับการที่เราเดินทางอยู่ในความว่างเปล่า ไร้แผนที่หรือเข็มทิศ มาพร้อมกับความรู้สึกที่ไม่แน่นอน ไม่ปลอดภัย และความหวาดกลัวที่เข้ามาครอบงำในช่วงต่างๆ ของชีวิต ซึ่งเหมือนกับนิทรรศการ The Dance in Between ที่หยิบยกสภาวะเคว้งคว้างที่มนุษย์ต้องพบเจอมาเป็นงานศิลปะให้พวกเราได้ชมกัน “เคว้งคว้าง” คือสภาวะหรือสถานภาพระหว่างสองสิ่ง สภาวะเช่นนี้คล้ายกับการเดินไปสู่ทะเลทรายอย่างไร้เข็มทิศ ท่ามกลางความว่างเปล่า ไม่มีสิ่งใดนอกจากทราย เราจึงรู้สึกหลงทาง ไม่แน่นอน และไม่ปลอดภัย ความหวาดกลัวอันท่วมท้นเข้ามาครอบงำเมื่อสภาวะเช่นนี้เกี่ยวข้องกับความทะยานอยาก ความฝัน การงาน และความสัมพันธ์ การระบาดของโควิด-19 ทำให้เราเข้าสู่สภาวะเคว้งคว้างด้วยวิถีทางต่างๆ แทนที่จะกังวลในสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ ทำไมเราจึงไม่เรียนรู้ที่จะชื่นชอบในสิ่งที่เราไม่รู้? นิทรรศการ The Dance in Between เป็นนิทรรศการที่ยกย่องสภาวะเคว้งคว้างซึ่งเป็นสิ่งที่มนุษย์ได้พบเจอ และบางครั้งก็มักจะถูกมองข้าม ในช่วงขณะที่ช่วงเวลาแห่ง “พื้นที่สีเทา” อาจจะทำให้หลายๆ คนอึดอัดใจ นิทรรศการนี้ศิลปินอยากจะเชิญชวนให้ผู้ชมได้มีปฏิสัมพันธ์กับความคลุมเครือของ “สิ่งที่ไม่ดำและไม่ขาว” ไว้อย่างสนุกสนานและแฝงข้อคิดไว้ ฮิโรโกะ หงษ์หยก (Hiroko Hongyok) ที่เป็นศิลปินเจ้าของผลงานในนิทรรศการนี้เติบโตมากับคำสอนของนิกายเซน วิธีการของเธอได้แรงบันดาลใจจากสุนทรียะในอุดมคติของญี่ปุ่นที่เรียกว่า “Ma” (間) หรือ “มะ” อันหมายถึง “ที่ว่างระหว่างสองสิ่ง ความเงียบที่อยู่ระหว่างเสียง ความนิ่งระหว่างการเคลื่อนไหว” เธอจึงนำเสนอคำว่า “มะ” (間) ผ่านรูปทรงนามธรรมที่เล่นกับขอบเขตแห่งการแบ่งขั้วอย่างตั้งใจ บินวนระหว่างการขยายและการหดตัว การเปิดเผยและการซ่อนเร้น ภายในและภายนอก การเคลื่อนไหวและความนิ่ง เฉกเช่นการเต้น ฮิโรโกะ เชิญให้ผู้ชมค้นพบกับสภาวะ “เคว้งคว้าง” และมีความสุขกับทุกชั่วขณะของชีวิต ฮิโรโกะ หงษ์หยก เธอเป็นคนที่มักจะสงสัยและอยากรู้ในเรื่องการ ปะติดปะต่อของพื้นที่ที่ทำให้เธอได้เห็นถึงความตึงเครียดระหว่างการเปิดเผยและการปกปิด การขยายและการหดตัว เธอเลยพยายามสร้างพื้นที่แห่งนามธรรมขึ้นมาเพื่อสื่อถึงความเชื่อมโยงกันในของทุกสิ่ง เธอมักจะได้รับแรงบันดาลใจมาจากปรัชญาแห่งสุนทรียะญี่ปุ่นในแง่ที่ว่าศิลปะเป็นพาหนะที่จะพาไปสู่ประสบการณ์ทางปรัชญาว่าด้วยความจริงในธรรมชาติ ฮิโรโกะแสวงหาวิถีทางอันเหมาะเจาะกับพื้นที่ที่ขยายออกไปเพื่อการไตร่ตรอง หลังจากที่เธอได้จบการศึกษามาจากวิทยาลัยแห่งวิคตอเรียนของเมืองเมลเบิร์นทางด้านวิจิตรศิลป์ เธอก็ได้รับคัดเลือกในหมู่บัณฑิตที่จบจากสถาบันที่มีชื่อเสียงทั่วรัฐวิคตอเรีย ให้จัดแสดงนิทรรศการกลุ่มเพื่อแสดงความสามารถของศิลปินรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองในปีนั้น ซึ่งแกลเลอรีท้องถิ่นแห่งหนึ่งชื่นชอบในการใช้รูปทรงที่ไม่เหมือนใครในงานจิตรกรรมของเธอเป็นอย่างมาก จึงเสนอให้เธอจัดนิทรรศการเดี่ยวเมื่อปีที่แล้ว แต่ด้วยสถานการณ์อันคาดไม่ถึงจากการระบาดของโควิด-19 อาจทำให้เธอเดินทางกลับไปออสเตรเลียไม่ได้ ในระหว่างนี้เธอมีสตูดิโอเล็กๆ อยู่ที่กรุงเทพฯ จึงสามารถสร้างงานจิตรกรรมขนาดใหญ่เพื่อให้เธอได้ทดลองและไตร่ตรองเมื่อได้สร้างงานที่เกี่ยวกับรูปทรงนามธรรม ถือเป็นความลงตัวที่ “The Dance in Between” นิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของเธอที่ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก เป็นทั้งผลลัพธ์และบทกวีแด่ช่วงเวลาที่ไม่แน่นอนนี้ วันนี้ – 14 มีนาคม 2564River City Bangkok ห้อง 248 ชั้น 2 เข้าชมฟรีวันจันทร์-วันศุกร์ 11.00 น.-20.00 น.วันเสาร์-วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 10.00 น.-20.00 น. ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ยังคงเปิดทำการตามปกติ พร้อมมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของ โควิด-19 อย่างเคร่งครัด เพราะความปลอดภัยของท่านสำคัญยิ่งสำหรับเรา ใครที่อยากรู้ว่าฮิโรโกะ หงษ์หยกต้องการจะสื่อถึงความเคว้งคว้างของมนุษย์ ผ่านผลงานศิลปะของเธอเองจะเป็นอย่างไร ก็ไปเจอกันได้ที่นิทรรศการ The Dance in Between เลย แต่ถ้าใครไม่อยากพลาดนิทรรศการศิลปะดีๆ แบบนี้ ก็อย่าลืมติดตามซิปอีเว้นท์ไว้ด้วย เรายังมีนิทรรศการงานศิลปะมาแบ่งให้เพื่อนๆ ชาวซิปอีกมากมายเลย ฝากติดตามข่าวสารงานอีเว้นท์กับ Zipevent ในช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ตามนี้เลย Line: @Zipevent (อย่าลืมเติม @ ข้างหน้าด้วยนะคะ) หรือจิ้มไปที่ลิงก์นี้ได้เลย @ZipeventInstagram: @ZipeventWebsite: www.zipeventapp.comTwitter: @ZipeventFacebook: @Zipevent