Author

Pinchanokk

Browsing

เบื่อมั้ยทุกคน!? เพราะไหนช่วงนี้ยิ่งเป็นช่วงที่ไม่ได้ออกไปไหน แถมยังต้องมีการ Work From Home กันอย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่าอาจทำให้ใครหลายๆ คนเหี่ยวเฉากันได้ในช่วงนี้ แต่ไม่ต้องห่วงไปเพราะวันนี้ซิปอีเว้นท์ได้ตระเตรียมสถานที่สุดมหัศจรรย์ที่จะทำให้คุณคลายความเบื่อ และอาจจะเพิ่มแรงบันดาลใจต่างๆ ให้คุณได้ กับ 4 สถานที่มหัศจรรย์ สร้างสรรค์ผลงาน บาร์ศิลปะ ในแบบฉบับตัวคุณ! จะมีสถานที่ไหนยังไงกันบ้าง ตามไปดู~ Soul Salt แกลเลอรีและเพ้นต์บาร์ / River City มาเริ่มกันที่แรกกับ Soul Salt ที่เรียกตัวเองว่าเป็นแกลเลอรีและเพ้นต์บาร์ที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นานใน River City Bangkok อารต์สเปซและศูนย์การค้าในย่านเจริญกรุง คงคอนเซ็ปต์งานศิลปะเพื่อให้สอดคล้องกับสถานที่ตั้งอย่าง River City บรรยากาศภายในร้านถูกตกแต่งด้วยสไตล์สุดเก๋โดยได้จำลองชายหาดมาไว้ภายในร้าน แถมยังสามารถเพลิดเพลินไปกับวิวสวยๆ ของแม่น้ำเจ้าพระยาไปพร้อมๆ กับการทำกิจกรรมเพ้นต์ภาพสนุกๆ ที่ทางร้านจัดไว้ให้ กิจกรรม Paint Bar ของทางร้านเปิดโอกาสให้ทุกๆ คนที่มีใจรักในงานศิลปะได้ลองมาเพ้นต์รูป พร้อมทั้งสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่ไม่เหมือนใครได้แล้วนะ รายละเอียดเพิ่มเติม: SoulSalt RiverCity FUN Cafe คาเฟ่และกิจกรรมแต่งหน้าเค้ก / ถนนมหาพฤตาราม บางรัก กรุงเทพฯ ตามมาที่สถานที่มหัศจรรย์ที่ที่ 2 กับ Fun Cafe ที่พิเศษตั้งแต่ชื่อร้านแล้ว เพราะถ้าอ่านเป็นภาษาอังกฤษนั้นชื่อร้านก็จะอ่านว่า FUN (ฟัน) ที่แปลว่าสนุกสนานในภาษาไทย แต่ถ้าอ่านเป็นชื่อภาษาไทยแล้วล่ะก็ร้านนี้มีชื่อว่า ‘ฝัน’ แหละทุกคน ซึ่งความมหัศจรรย์ของที่นี่ไม่ได้มีแค่ชื่อร้านเท่านั้น แต่น่าตื่นเต้นไปจนถึงคอนเซ็ปต์ร้านและก็กิจกรรมภายในร้านนั่นเอง FUN Cafe นั้นเป็นร้านคาเฟ่ที่อยู่ชั้นล่างของ FUN Hostel โดยทางร้านจะแบ่งคอนเซ็ปต์ออกเป็น 2 ช่วงเวลาก็คือ 10.00-17.30 น. ในร้านจะใช้ธีม Daydream และตั้งแต่เวลา 18.00-22.00 น. ธีม Nightdream นั่นเอง โดยกิจกรรมสนุกๆ นั่นก็คือการเพ้นต์หน้าเค้กให้ตัวคุณเอง ก่อนจะรับประทานได้ด้วย รายละเอียดเพิ่มเติม: FUN Cafe Paint Bar คาเฟ่และบาร์ศิลปะ / ทองหล่อ มาต่อกันที่สถานที่ที่ 3 ที่เราจำมาบอกต่อกัน เราเชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะพอคุ้นหู หรือคุ้นชื่อกับสถานที่นี้อย่างแน่นอนเพราะว่าเป็นบาร์ศิลปะที่เปิดมาสักระยะนึงแล้ว โดยรวมคือสถานที่นี้นั้นเรียกตัวเองว่าเป็นคาเฟ่ที่มีการสอน workshop เพ้นต์รูปภาพด้วยนั่นเอง โดยราคาในการเพ้นต์นั้นอยู่ที่ 799.- ต่อการเพ้นต์ 1 รูป ภายในร้านถูกตกแต่งด้วยสไตล์ลอฟท์ ผนังปูนเปลือยที่จะมาทำให้การวาดภาพของคุณสุนทรีมากขึ้น รายละเอียดเพิ่มเติม: Paintbar Bangkok Dandelion Bake Studio คาเฟ่และเวิร์กชอปการอบขนม / ทองหล่อ เดินทางมาถึงสถานที่มหัศจรรย์แห่งสุดท้ายกันแล้วกับร้าน Dandelion Bake Studio ที่เรียกตัวเองว่าเป็นทั้งคาเฟ่และเป็นสตูดิโอที่สอนเวิร์กช็อปสำหรับคนที่ชอบทำขนมนั่นเอง ซึ่งภายในร้านนั้นถูกตกแต่งไปด้วยสไตล์ละมุนๆ เหมือนเราได้ออกไปแคมป์ปิ้งในสถานที่ที่สงบ และ Cozy ในบรรยากาศชิลๆ พร้อมกับได้กลิ่นอายของขนมที่เพิ่งอบใหม่ๆ ออกมาจากเตาเลยทีเดียว รายละเอียดเพิ่มเติม: Dandelion Bake Studio จบลงไปแล้วกับสถานที่มหัศจรรย์ทั้ง 4 วันนี้ที่เรานำมาบอกกัน สรุปได้เลยว่าทั้ง 4 สถานที่นั้นก็มีกิจกรรมสนุกๆ ให้ทำในแบบที่แตกต่างกัน ทั้งอบขนม แต่งหน้าเค้ก…

Event News

ระยะนี้ใครต่อใครหลายๆ คนคงคิดถึงบรรยากาศเสียงเพลง การไปคอนเสิร์ตกันอย่างแน่นอน และจังหวะนี้ก็คงไม่มีคอนเสิร์ตไหนที่จะเยียวยาได้เท่ากับ POW FEST 6 ที่เพิ่งประกาศไม่นานมานี้เองสำหรับผู้จัดสุดอินดี้ Seen Scene Space หนึ่งในผู้จัดเฟสติวัลเจ๋งๆ อย่าง Maho Rasop ว่าพวกเค้ากำลังเร่งเครื่องที่จะจัด POW! FEST Music Festival พร้อมไลน์อัพสุดแน่นถึง 14…

Editors' Picks

ไหนใครคิดถึงการเรียนเวิร์กช้อปขอให้ยกมือขึ้น!! แต่ถ้าจะให้พูดถึงการเรียนเวิร์กช้อปหลายๆ คนอาจจะคิดว่าคงต้องเดินทางออกไปเรียนล่ะสิ่…จะบอกว่าทุกคนนั้นกำลังเข้าใจผิดอย่างมหันต์เลย เพราะว่าบทความนี้เราได้รวบรวมกิจกรรมเวิร์กช้อปที่จัดแบบออนไลน์มาให้ทุกๆ คนได้ไปค้นพบอรงบันดาลใจ รวมถึงเพิ่มทักษะใหม่ๆ ในเวิร์กช้อปเหล่านี้กัน กับ WORKSHOPS ONLINE – เรียนเวิร์กช้อปหาแรงบันดาลใจแบบออนไลน์ได้ที่บ้าน! ตลอดเดือนพฤษภาคมนี้ หลักสูตรออนไลน์ : พื้นฐานการใช้โปรแกรม SketchUp 22 – 23…

ถ้าพูดถึงสกิลในการทำงาน แน่นอนว่าหลายคนมักจะคุ้นหูกับคำว่า Hard และ Soft Skills ที่ถือว่าเป็นทักษะต้นๆ ที่สำคัญในแต่ละบุคคลเพื่อนำไปปรับใช้ให้เข้ากับตัวตำแหน่งงาน และภายในองค์กรนั่นเอง แต่เคยมีคำถามกันมั้ยว่าสิ่งไหนระหว่าง Hard หรือ Soft Skills กันแน่ที่สำคัญมากกว่ากัน และอย่างในวงการของอุตสาหกรรมอีเว้นท์นั้นสองสิ่งนี้มีบทบาทมากน้อยเพียงใด…มาหาคำตอบไปพร้อมกัน Soft Skills VS Hard Skills อะไรคือ Soft Skills VS Hard Skills มาดูถึงความแตกต่างระหว่าง 2 สกิลนี้กันให้ชัดมากขึ้นกันสักนิด เพราะหลายๆ คนอาจจะกำลังสับสนอยู่ก็เป็นไปได้ Hard Skills – หรือถ้าให้แปลออกมาเป็นความหมายที่เข้าใจได้ชัดเจนมากขึ้นนั้นจะหมายถึง ‘ทักษะด้านความรู้ที่ใช้ในการทำงาน’ เป็นหลักที่จะเน้นไปที่ความสามารถในการใช้เทคนิคต่างๆในการทำงานที่สามารถสอนต่อเป็นทอดๆ กันได้ และสามารถวัดผลความรู้หรือความสามารถนั้นออกมาได้ เช่น การสอนโปรแกรมต่างๆ ที่ใช้ในการทำงาน เป็นต้น Soft Skills – หรือถ้าให้แปลออกมาเป็นความหมายที่เข้าใจได้ชัดเจนมากขึ้นนั้นจะหมายถึง ‘ทักษะด้านอารมณ์’ เป็นความสามารถในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น รวมไปถึงการพัฒนาตัวเอง เช่น การทำงานเป็นทีม การที่เราสามารถรับแรงกดดันได้จากการทำงาน ครีเอทีฟ เป็นต้น ซึ่งทักษะนี้นั้นไม่สามารถสอนต่อๆ กันได้ แต่อาศัยความเข้าใจ อารมณ์ ความรู้สึก เป็นหลัก และที่แน่ๆ คือมีอีกหนึ่งทักษะที่เหล่าคนทำงานควรรู้ไว้นั่นก็คือ Hyper Relevant Skill คือ ความรู้และทักษะที่สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน กล่าวคือถ้าใครมีทักษะที่สามารถยืดหยุ่นได้ก็จะถือว่าสามารถอยู่รอดในยุคปัจจุบันนี้ได้ เพราะอย่างที่บอกไปตอนแรกว่า…โลกนี้อยู่ยากขึ้นทุกวัน อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Hyper Relevant Skill แล้วถ้าเป็นในวงการอีเว้นท์ล่ะ สกิลไหนสำคัญมากกว่ากัน!? น่าจะทราบกันอยู่แล้วว่าฮาร์ดสกิลกับซอฟต์สกิลนั้นต่างกันอย่างไรจากหัวข้อด้านบน แต่ย่อหน้านี้เราจะมาตอบคำถามกันที่ว่าถ้าในวงการอีเว้นท์นั้นสกิลไหนสำคัญมากกว่ากันในแวดวงนี้ ถ้าจะให้มาอธิบายแบบชัดๆ แน่นอนว่าคงไม่มีงานวิจัยหรือสถิติอะไรออกมาเป็นตัวชี้วัดว่าสกิลไหนสำคัญไปกว่ากันอย่างแน่นอน แต่เราควรที่จะมีทั้งสองสกิลอยู่ในตัวเองเพราะถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในทุกๆ อุตสาหกรรม ไม่เว้นแม้แต่อุตสาหกรรมงานอีเว้นท์ กล่าวคือ จำเป็นต้องมีทั้ง Hard skills และ Soft skills ควบคู่กันไป เนื่องจาก Hard skills ที่ดีจะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพและโดดเด่นในสายตาของคนรอบข้าง ในขณะที่ Soft skills จะช่วยให้คุณสามารถปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมงาน และเจริญก้าวหน้าในชีวิตการงานได้ดียิ่งขึ้น 4 ทักษะเพิ่มเติมที่เป็นที่พูดถึงและน่าจับตามองในระดับโลก หมวด Mindset หรือวิธีการมองโลก รับรู้ และทำความเข้าใจสิ่งต่างๆ ซึ่งประกอบไปด้วย Agility Mindset, Outward Mindset และ Growth Mindsetทักษะการตัดสินใจและแก้ปัญหา (Problem Solving, Decision Making) ทักษะนี้ต้องมาในรูปแบบใหม่ ต่างจากที่เราเคยรู้จัก ด้วยความหลากหลายของข้อมูลและบริบทสังคมในปัจจุบันทักษะการคิดวิเคราะห์​ (Critical Thinking) ในยุคปัจจุบันควรเป็นการวิเคราะห์บนพื้นฐาน data science ให้มากที่สุดการทำงานบนความแตกต่าง (Working with Diversity) สิ่งนี้คือทักษะที่จะนำมาซึ่งผลงานที่แปลกใหม่และท้าทายกว่าเดิม เพราะสภาพแวดล้อมที่ประกอบไปด้วยความแตกต่างจะนำมาซึ่งวิธีคิดและการทำงานแบบใหม่ที่เราไม่คุ้นเคย เดินทางมาถึงบทสรุปกัน ทั้งนี้เราจะเล็งเห็นได้ว่าไม่ว่าจะเป็นสกิลทั้งฮาร์ดและซอฟต์นั้นก็เป็นสิ่งที่จำเป็นในการทำงานในทุกๆ แวดวง โดยไม่สามารถขาดทักษะใดทักษะหนึ่งไปได้อย่างแน่นอน และหมั่นฝึกฝนให้ตัวเองนั้นมีทั้ง 2 สกิลให้ดีเพื่อความก้าวหน้าและความสำเร็จในอนาคต ฝากติดตามข่าวสารงานอีเว้นท์กับ Zipevent ในช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ตามนี้เลย Line: @Zipevent (อย่าลืมเติม @ ข้างหน้าด้วยนะคะ) หรือจิ้มไปที่ลิงก์นี้ได้เลย @ZipeventInstagram: @ZipeventWebsite: www.zipeventapp.comTwitter: @ZipeventFacebook: @Zipevent

Event News

เพิ่งจบไปแบบหมาดๆ สำหรับซีรีส์ที่เรียกได้ว่าฮิตติดกระแสชนิดที่ว่าต้องติดตามกันตอนต่อตอนอย่าง Vincenzo ซีรีส์เกี่ยวกับทนายแห่งวงการมาเฟีย ที่สนุก ครบรสชวนน่าติดตามเป็นอย่างมาก หากใครที่ดูจบไปแล้วยังคงคิดถึงทนายวินเรามีข่าวดีมาบอก เพราะ ซงจุงกิ ได้ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าเค้ากำลังจะจัดแฟนมีตติ้งแบบออนไลน์ให้หายคิดถึงกันในวันที่ 7 พฤษภาคมนี้ นั่นเอง ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตอนนี้ซีรีส์เกาหลีมีอิทธิพลเพิ่มมากขึ้นจริงๆ กับแฟนชาวไทย เนื่องจากบทบาทที่เล่าผ่านออกมาดูสนุกและน่าติดตาม อย่างเช่นเรื่อง Vincenzo ที่เพิ่งจบไปแบบหมาดๆ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา…

Lifes

หากเล่นโซเชียลในช่วงนี้แน่นอนว่าคงเห็นผู้คนออกมาบ่น ไม่ก็ออกมาโชว์ภาพบรรยากาศเก่าๆ ในการท่องเที่ยวกันอย่างมากมาย พร้อมกับติด #tb (trowback) ไม่ก็ติด # เที่ยวทิพย์ กันตรึมโซเชียลในทุกแพลตฟอร์ม เราซิปอีเว้นท์จึงไม่รอช้าอยากชวนให้ทุกคนออกมาเที่ยวทิพย์กันแบบต่อเนื่อง กับการแนะนำวิดีโอ Walking Tour เดินชมเมืองแบบออนไลน์กันให้หวนนึกถึงบรรยากาศเก่าๆ ในที่ที่เราเคยไปไปพร้อมๆ กัน Walking in Gangnam…

ลองย้อนกลับไปในสมัยเรียน ใครเคยโดดเรียนบ้าง ไหนขอซาวน์เสียงหน่อย!? ถ้าให้พูดถึงการโดดเรียนแน่นอนว่าร้อยละ 60 ต้องมีคนที่เคยโดดเรียนกันบ้างถูกมั้ย แต่รู้หรือไม่ว่าการโดดเรียนนั้น เราสามารถทำให้มันไม่สูญเปล่าในห้องเรียนได้ ซึ่งที่พูดมาทั้งหมดไม่ได้แปลว่าสนับสนุนให้ทุกคนโดดเรียนนะ แต่ SKIP SCHOOL EXHIBITION นั้นจะนำคุณไปสู่การโดดเรียน ที่สามารถเปลี่ยนห้องเรียนให้ดีขึ้นได้ หากได้ลองเข้าไปดูในเพจของ Skip School แล้วนั้น จริงๆ แล้วเพจนี้อยากที่จะขับเคลื่อนการศึกษาของไทย การเรียนการสอนในห้องเรียนให้ดูไม่น่าเบื่อ ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้นักเรียนหลายๆ คนนั้นอยากที่จะโดดเรียน รวมไปถึงการเรียนการสอนที่ไม่สนุกเท่าที่ควร เนื้อหาในการสอนนั้นออกไปในแนวทางน่าเบื่อ หรือนักเรียนบางคนเคยประสบปัญหาต่างๆ ในโรงเรียน/ห้องเรียน จนทำให้ไม่อยากไปโรงเรียน อยากโดดเรียนบ้าง ก่อนที่จะไปชมนิทรรศการนี้เรามาทำแบบสอบถาม กิจกรรมกันเล็กๆ น้อยๆ ดีกว่า คุณเคยมีปัญหาในห้องเรียนอย่างไรบ้าง ลองมาเล่นบิงโกอันนี้กัน กติกาการเล่น: คลิก นิทรรศการนี้ได้รับความร่วมมือจาก Inskru -พื้นที่แบ่งปันไอเดียการสอน เพจ Community แลกเปลี่ยนไอเดียการสอนเจ๋งๆ ระหว่างครูและคนรักการสอนทั่วประเทศ ที่อยากจะเปิดพื้นที่ให้เราทุกคนไม่ว่าจะเป็น นักเรียน ครู พ่อแม่ หรือคนทั่วไปที่สนใจการศึกษา มาพูดคุย แบ่งปันความท้าทายในการขับเคลื่อนการศึกษาจากมุมมองของแต่ละกลุ่ม พร้อมทั้งร่วมออกแบบความเป็นไปได้ใหม่ๆ เพื่อกด skip ไปสู่การศึกษาในฝันของทุกคน Skip School Exhibition นิทรรศการนี้จะชวนทุกคนกลับไปสู่ห้องเรียนอีกครั้ง แต่ไม่ใช่ห้องเรียนแบบเดิมที่เรารู้จัก เพราะนิทรรศการนี้มีจุดมุ่งหมายในการนำเสนอความเป็นไปได้ใหม่ๆ เพื่อจุดความหวังให้การศึกษาไทยอีกครั้ง สิ่งที่ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับคือความทรงจำเก่าๆ ในห้องเรียนที่ถูกชโลมด้วยความเชื่อแบบใหม่ คุณจะกลับบ้านไปพร้อมไฟความหวังและความรู้สึกอยากเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาจนตัวสั่น นอกจากนี้เรายังมีผลงานศิลปะสุดปังจากศิลปินกว่า 20 ท่าน และกิจกรรมดีๆ ในงานอีกเพียบ หน้าตาของงานจะออกมาเป็นยังไงรอติดตามได้ทางเพจ Skip School เลย! นิทรรศการนี้จะจัดขึ้นเพียง 5 วันเท่านั้น 25-30 พฤษภาคม 2021 ที่ BACC หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ห้องสตูดิโอชั้น 4 มาร่วมขับเคลื่อนการศึกษาไทยกันเถอะ! ฝากติดตามข่าวสารงานอีเว้นท์กับ Zipevent ในช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ตามนี้เลย Line: @Zipevent (อย่าลืมเติม @ ข้างหน้าด้วยนะคะ) หรือจิ้มไปที่ลิงก์นี้ได้เลย @ZipeventInstagram: @ZipeventWebsite: www.zipeventapp.comTwitter: @ZipeventFacebook: @Zipevent

Event News

จัดงานอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2019 กับงาน Cultural District Bangkok 2021 ที่ปีนี้เดินทางมาถึงปี 2021 แล้ว กับงานเทศกาลเปิดเกาะรัตนโกสินทร์ที่รวบรวมเหล่างานอาร์ต ไลฟ์สไตล์ กิจกรรม ดนตรีผ่านการสร้างสรรค์ของศิลปินรุ่นใหม่เข้าไว้ในที่เดียวกัน ปีนี้ก็ยังคงคอนเซ็ปต์เดิมอย่างไม่น้อยหน้าปีอื่นๆ จัดโดยมิวเซียมสยามเจ้าเดิม ที่ได้รับความร่วมมืออย่างต่อเนื่องจากพันธมิตรรอบเกาะรัตนโกสินทร์ แม้ว่าตอนนี้จะต้องเลื่อนการจัดกิจกรรมนี้ไปก่อน แต่เราอยากที่จะมาทำการประชาสัมพันธ์ไว้ก่อนเบื้องต้นเพื่อให้ดูถึงความน่าสนใจของกิจกรรมครั้งนี้กัน มีอะไรน่าสนใจบ้าง…ไปดูกัน…

Lifes

คงต้องยอมรับว่าหนึ่งในสถานที่สุดชิคที่บรรดาเหล่าวัยรุ่นชอบไป Chill-Out กัน นั่นก็คือย่านอารีย์-สะพานควาย เพราะเป็นแหล่งที่เต็มไปด้วยคาเฟ่สวยๆ และ Community ต่างๆมากมาย มิหนำซ้ำย่านนี้ก็ยังเป็นแหล่งของงานศิลปะ อาร์ตแกลเลอรี่ อีกด้วย แต่เนื่องด้วยสถานการณ์แบบนี้ที่โควิด-19 กลับมาระบาดอีกครั้งเป็นรอบที่ 3 อาจทำให้ใครหลายๆ คนไม่กล้าออกจากบ้าน วันนี้ซิปอีเว้นท์เลยอยากที่จะรวมลิสต์ไว้ให้ก่อนสำหรับสถานที่ อาร์ตแกลเลอรี่อารีย์-สะพานควาย ไว้ให้ได้ไปกันหลังโควิด ที่บอกได้ว่าถ้าโควิดหมดหรือจบลงเมื่อไหร่…

เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะเคยรู้สึกถูกชะตาหรือถูกใจกับแบรนด์บางแบรนด์ที่มักมีโลโก้เป็นตัวคาแรคเตอร์การ์ตูนคิ้วท์ๆ หรือสัตว์ต่างๆ ที่มีความน่ารักพุ่งออกมากระแทกตา จนอยากได้ อยากจับจองเป็นเจ้าของสิ่งเหล่านั้นกันใช่มั้ยล่ะ…แล้วรู้หรือไม่ว่าสิ่งนั้นมันถูกจำกัดความในเชิงมาร์เก็ตติ้งเอาไว้โดยเรียกว่า Cute Marketing การตลาดในเชิงรูปแบบที่แอบแฝงความน่ารักเอาไว้เพื่อพิชิตใจผู้บริโภค ซึ่งในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับมาร์เก็ตติ้งในหัวข้อนี้กัน ถ้าหากเราอยากเจาะกลุ่มเป้าหมายที่ชื่นชอบความน่ารัก สดใส เฟรนด์ลี่ การทำมาร์เก็ตติ้งแบบนี้ก็ถือว่ามีประโยชน์อย่างมาก เพราะหลายๆ คนมักจะแพ้ความน่ารักจนต้องอยากมีมาครอบครอง อะไรคือ Cute Marketing? เอาตรงๆ การตลาดในประเภทนี้นั้นไม่จำเป็นที่จะต้องอธิบายให้มากความ เพราะว่าชื่อของการตลาดในประเภทนี้ค่อนข้างที่จะตรงตัวอยู่แล้ว เน้นไปที่ความน่ารักเพื่อมัดใจผู้บริโภคกล่าวคือการตลาดแบบนี้ เป็นหนึ่งในการตลาดในรูปแบบเชิงน่ารัก ที่ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ หรือบริษัท องค์กรต่างๆ ที่ใช้ลักษณะการดีไซน์รูปแบบแบรนด์ให้ออกมาดูน่ารัก ยกตัวอย่างเช่น Mini Coolper รถยนต์ขนาดเล็กที่ดีไซน์ให้ออกมาดูเป็นขนาดจิ๋ว ที่ดูกี่ทีก็น่ารัก ความน่ารักเป็นคุณสมบัติที่เข้าถึงใจผู้บริโภคได้อย่างเสมอมาDigital Tips Academy ซึ่งความน่ารักในที่นี้เป็นอะไรได้บ้าง…ต้องบอกก่อนเลยว่าคำว่าน่ารักนั้นไม่สามารถจำกัดความได้อย่างชัดเจน ความน่ารักอาจจะอยู่ที่สีในการเลือกใช้ให้เข้ากับ product เองก็ดี หรือการหยิบเอาตัวการ์ตูนพวกสัตว์มาดัดแปลงเพื่อส่งเสริมกันเข้าไปอีก เช่น สุนัข หรือว่าแมว หรืออาจจะน่ารักเพราะขนาดที่กำลังพอดีก็สามารถเป็นไปได้ โดยตรงนี้ก็ถือว่าเป็นโจทย์สำคัญของผู้ผลิตที่จะผลิตคำว่า ‘ความน่ารัก’ ออกมายังไงให้โดนใจผู้บริโภคนั่นเอง งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์พบว่าเวลาเราเห็นอะไรที่น่ารัก โดยเฉพาะสัตว์ต่างๆ สัญชาตญาณในการปกป้องดูแลลูกน้อยของเราจะทำงาน ซึ่งนั่นจะทำให้สมองหลั่งสาร dopamine ซึ่งเป็นสารที่เกิดขึ้นเวลาเรามีความสุข จึงรู้สึกอยากเข้าไปดูแล ปกป้อง และครอบครองสิ่งๆ นั้นซึ่งแน่นอนว่ามันสามารถนำมาประยุกต์ให้เข้ากับการตลาดได้ด้วย ที่เรียกได้ว่าเห็นแล้วมันน่ารัก ถูกใจจนอยากจะได้ในแนวแบบของมันต้องมีอะไรทำนองนี้ แล้วจะสามารถสร้างความน่ารักยังไงให้เข้ากับแบรนด์ของเราได้บ้าง เพราะความน่ารักนั้นไม่เข้าใครออกใคร ดังนั้นจริงๆ แล้วความน่ารักนั้นมันสามารถที่จะเป็นอะไรก็ได้ แบบไม่ตายตัว เหมือนกับที่ได้กล่าวเอาไว้ข้างต้นว่าน่ารักอาจจะหมายถึงสี หมายถึงขนาด หมายถึงสัตว์ หมายถึงสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเราก็เป็นได้ แต่เราจะสามารถหยิบความน่ารักตรงนั้นเข้ามาใช้ในเชิงการตลาดได้อย่างไรบ้าง ลองไปดูกัน Adapt ความน่ารักด้วยการดีไซน์ สร้างความน่ารักให้เข้ากับแบรนด์ด้วยการ Adapt ให้เข้ากับตัวผลิตภัณฑ์ของเราได้เลย โดยอาจจะหยิบจับการดีไซน์เข้ามาช่วย เช่น การเลือกใช้สีหวานๆ หรือสร้าง element ให้ตัวแบรนด์โดดเด่นเผื่อเป็น Identity ก็สามารถทำได้ ลองนึกถึงกลุ่มเป้าหมายที่ชื่นชอบความน่ารัก ถ้าผลิตภัณฑ์ของเราสามารถ represent ให้ตัวพวกเค้าโดดเด่นและมีสไตล์มากขึ้น เช่น การซื้อของต่างๆ มาแต่งห้อง หรือประดับเป็น accessory ถ้าสินค้าของเราถูกใจกลุ่มลูกค้าเหล่านั้น เพราะว่ามีดีไซน์ที่ช่วยเสริมให้ห้องพวกเค้าน่ารักขึ้นมาได้ วิธีนี้ก็ถือว่าเป็นวิธีที่น่าสนใจเลยทีเดียว สร้าง Character ให้กับแบรนด์เพื่อสื่อออกไปในเชิงที่เป็นมิตร เสริมคาแรคเตอร์ให้กับแบรนด์ให้ดูมีความเป็นมิตรกับผู้บริโภคมากขึ้น โดยอาจจะเป็นสร้างคาแรคเตอร์จากผู้ส่งสู่ผู้รับแบบเป็น niceให้มากขึ้น ใส่ความใส่ใจเข้าไปให้กับผู้บริโภคเพื่อสร้างประสิทธิภาพให้กับแบรนด์ของตัวเองอย่างเป็นมิตร ไม่จำเป็นจะต้องดัดแปลงให้สินค้าออกมาในรูปแบบน่ารัก แต่เน้นไปทางการสื่อสารเสียมากกว่า อาจจะเป็นวิธีการใช้คำ กราฟิกในการทำ artwork หรือ influencer ที่จะช่วยเสริมให้แบรนด์น่ารักและน่าเอ็นดูมากขึ้นนั่นเอง เท่านี้ก็ถือว่าเป็นการตลาดรูปแบบเชิงน่ารักได้แล้ว จากที่กล่าวไปทั้งหมดจะเห็นได้ว่าสิ่งต่างๆ ก็สามารถทำออกมาให้ดูน่ารักขึ้นได้ทั้งนั้น เพราะความน่ารักถือเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคก็เป็นได้ อย่างไรก็ตามผู้ผลิตต่างๆ ก็ลองนำการตลาดในเชิงนี้ไปประยุกต์ใช้ให้เข้ากับแบรนด์เพื่อสร้างความคิ้วท์ ให้ถูกใจผู้บริโภคดูน้าา 🙂 ฝากติดตามข่าวสารงานอีเว้นท์กับ Zipevent ในช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ตามนี้เลย Line: @Zipevent (อย่าลืมเติม @ ข้างหน้าด้วยนะคะ) หรือจิ้มไปที่ลิงก์นี้ได้เลย @ZipeventInstagram: @ZipeventWebsite: www.zipeventapp.comTwitter: @ZipeventFacebook: @Zipevent ขอบคุณข้อมูลจาก Digital Tips Academy