ก๋วยเตี๋ยวเรือ พูดเลย ใครๆ ก็ชอบทั้งสายเนื้อ สายหมู สายลูกชิ้น ก็ชื่นชอบก๋วยเตี๋ยวเรือแน่ๆ วันนี้บทความนี้จะชวนมาดูประวัติก๋วยเตี๋ยวเรือหน่อย ว่าที่มาเท่าที่ทางทีมจะไปหาเจอ มายังไง ไขข้อข้องใจ ทำไมชามเล็กๆ ถึงมีเฉพาะก๋วยเตี๋ยวเรือ ทำไมชื่อก๋วยเตี๋ยวเรือ ไปดูกัน

ประวัติของ ก๋วยเตี๋ยวเรือ

เอาเป็นว่า ขึ้นชื่อว่า ก๋วยเตี๋ยว ก็ต้องมาจากชาวจีนเป็นแน่แท้ คนจีนก็น่าจะเข้ามาในช่วงอยุธยา อันนี้เราใช้คำว่า สันนิษฐานได้เลยนะ ว่าน่าจะมีก๋วยเตี๋ยวในยุคนั้นแล้ว และการเดินทางสัญจรต่างๆ ก็นอกจากเดิน หรือรถลาก ก็มีแม่น้ำลำคลอง ที่ทำให้เราถึงบางอ้อกันอยู่แล้วว่า นี่คือที่มาของก๋วยเตี๋ยวเรือ

ต่อมาในสมัยจอมพลป.พิบูลย์สงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีนโยบายรัฐนิยมที่สนับสนุนให้ประชาชนบริโภคก๋วยเตี๋ยว เพราะเห็นว่าหากประชาชนหันมาร่วมกันบริโภคก๋วยเตี๋ยวจะเป็นการแก้ไขเศรษฐกิจของชาติในตอนนั้น เพื่อจะได้มีเงินหมุนเวียนในประเทศ

ดังคำกล่าวของจอมพล ป.ในสมัยนั้นว่า อยากให้พี่น้องกินก๋วยเตี๋ยวให้ทั่วกัน เพราะก๋วยเตี๋ยวมีประโยชน์ต่อร่างกาย มีรสเปรี้ยว เค็ม หวานพร้อมทำเองได้ในประเทศไทย หาได้สะดวกและอร่อยด้วย หากพี่น้องชาวไทยกินก๋วยเตี๋ยวคนละหนึ่งชาม วันหนึ่งจะมีคนกินก๋วยเตี๋ยวสิบแปดล้านชาม ค่าก๋วยเตี๋ยวของชาติไทยเท่ากับเก้าสิบล้านสตางค์เท่ากับเก้าแสนบาทต่อวัน เป็นจำนวนเงินหมุนเวียนมากพอใช้ เงินเก้าแสนบาทนั้นก็จะไหลไปสู่ชาวไร่ ชาวนา ชาวทะเลทั่วกันไม่ตกไปอยู่ในมือใครคนหนึ่งคนใดเพียงคนเดียว และเงินหนึ่งบาทก็มีราคาหนึ่งบาทซื้อก๋วยเตี๋ยวได้เสมอ ไม่ใช่ซื้ออะไรก็ไม่ได้เหมือนอย่างทุกวันนี้ ซึ่งเท่ากับไม่มีประโยชน์เต็มที่ในค่าของเงิน ขอขอบคุณข้อมูลส่วนนี้จาก เทศบาลนครรังสิต

ทำไมก๋วยเตี๋ยวเรือ นิยมทำเป็นชามน้อยๆ มันมีที่มาไหม

คำตอบคือมี ลองนึกภาพต่อจากประวัติก๋วยเตี๋ยวเรือข้างต้น ที่ว่า ขายกันบนเรือ และเรือสมัยก่อน ใครอยากไปอ่านเรื่อง น้ำมันแพง ได้แต่ทำใจ มารู้จัก เรือไทย ไปไกล ไม่ง้อน้ำมัน ที่เล่าถึงเรือไทยในสมัยก่อน หลากหลายชนิดเลย อ่านได้ที่นี่ เรือไม้กลอยใจลำน้อย พาไป คนพาย คนทำ คนเก็บเงิน คนล้างจาน หนึ่งคนถ้วน ด้วยพื้นที่จำกัด ทีมไปค้นหาเพิ่มเติมพบว่า

สมัยก่อน พ่อค้าก๋วยเตี๋ยวเรือใน 1 ลำ มีเพียง 1 คนเท่านั้น ทำทุกอย่างตั้งแต่ พายเรือ ลวกเส้น ปรุงก๋วยเตี๋ยว เสริฟ เก็บตังค์ เก็บชาม ล้างชาม ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ทำโดยไม่ได้ขยับเลยแม้แต่น้อย คือ พายเรือมา พอมีคนเรียก ก็จะมาจอดเทียบท่า เอาขาข้างนึงยันบันไดท่าน้ำเป็นฐานไว้ แล้วเริ่มลวกก๋วยเตี๋ยวขาย ส่วนกระบวนการล้างชามนั้นก็แค่แกว่งๆจุ่มๆในคลองนั่นเอง (เพราะเมื่อก่อนน้ำในคลองสะอาดจึงล้างได้)

ทีนี้ การที่คนขายอยู่ในเรือ คนซื้ออยู่บนฝั่ง การส่งก๋วยเตี๋ยวขึ้นมาสู่ลูกค้านั้น หากเป็นชามใหญ่อาจทำให้หนัก ยกลำบาก และเรือที่โคลงเคลงอาจทำให้น้ำซุปกระฉอกมาลวกขาคนขายได้ ดังนั้นก๋วยเตี๋ยวเรือจึงทำชามเล็กๆ น้ำซุปน้อยๆแต่เข้มข้นเข้าไว้ ทำให้ส่งมอบสินค้าได้ง่าย ปลอดภัย ขอบคุณข้อมูลข้างต้นจาก ก๋วยเตี๋ยวเรือป.ประทีปสุรินทร์Byผู้ชายพายเรือ

ทำไมก๋วยเตี๋ยวเรือ ถึงนึกถึง ก๋วยเตี๋ยวเรือแถวรังสิต ว่าต้องเด็ด อร่อย ซึ่งก็จริง

สำหรับก๋วยเตี๋ยวเรือรังสิตเป็นที่โด่งดัง และทำให้ก๋วยเตี๋ยวเรือเป็นที่แพร่หลายไปทั่ว เนื่องจากในสมัยที่มีการตัดถนนซุดปอร์ไฮเวย์ ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นถนนวิภาวดีรังสิต ช่วงสะพานข้ามคลองรังสิตจะมีร้านก๋วยเตี๋ยวทำเป็นเพิงมากมายหลายร้านขึ้นป้ายแข่งกันโดยอ้างชื่อโกฮับ เช่น …หลานโกฮับ …เหลนโกฮับ…เพื่อนโกฮับมากมายทำให้ผู้คนที่ขับรถผ่านมาต้องหยุดรถพักกินก๋วยเตี๋ยวทั้งขาเข้าและขาออกจนเนืองแน่น นายเดชา กลิ่นกุสุม อดีตนายกเทศมนตรีเมืองรังสิต เล่าว่าก๋วยเตี๋ยวเรือรังสิตแบ่งออกเป็น 3 ยุคคือ

ยุคแรก พายเรือสำปั้นขายตามคลองรังสิต และคลองแยกเช่นคลองหนึ่ง คลองสอง และคลองสาม ฯลฯโดยโกฮับในเวลากลางวันก็จะมาขายบริเวณใต้ถุนสะพานแล้ว ปากคลองสว่าน ริมถนนพหลโยธิน

ยุคที่สอง เริ่มตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ.2501 ยกเรือขึ้นบก แต่นั่งขายอยู่ในเรือตามเพิงหน้าร้านค้า ซึ่งก็ยังใช้เรือสำปั้นและอุปกรณ์เดิมๆ ซึ่งจะพบเห็นในตลาดรังสิต ริมถนนพหลโยธิน และบริเวณตลาดเซียร์ตรงสะพาน3 ปัจจุบันสะพานไม่มีแล้ว มีจำนวนหลายเจ้าด้วยกันโดยนำเอาชื่อของโกฮับมาโฆษณา

ยุคที่สาม คือยุคปัจจุบัน ราว พ.ศ.2537 ขายในแพ หรือใช้เรือต่อขนาดใหญ่(เรือเอี้ยมจุ้น) จอดลอยลำในคลองรังสิต ทอดสะพานให้คนเดินจากริมคลองเข้าไปในเรือ และแพ ขายทั้งกลางวันและกลางคืนมีจำนวนหลายสิบเจ้า ขอขอบคุณข้อมูลส่วนนี้จาก เทศบาลนครรังสิต

สำหรับวันนี้เชื่อว่าผู้อ่าน น่าจะพอรู้จักก๋วยเตี๋ยวเรือเยอะมากขึ้น ซึ่งหลายๆ คนอาจจะรู้อยู่แล้ว ซึ่งที่ทางทีมเซอร์ไพรส์เห็นจะเป็นที่มาที่ว่าทำไมชามเล็ก เพราะความปลอดภัยนั่นเอง และคุณมีร้านก๋วยเตี๋ยวเรือในดวงใจร้านไหน คอมเมนต์มาบอกกันหน่อย เผื่อทีมจะตามไปลองชิม แต่จะตัดคะแนนร้านที่ไม่มีใบโหระพา กับแคปหมู เพราะมันเป็นของที่กินคู่กันแล้วอร่อยที่สุดในโลก สำหรับวันนี้หมดแล้ว อย่าลืมติดตามต่อบทความหน้าน้า


ติดตามพวกเราได้ที่ Zipevent Blog

Follow us for more interesting content!

ฝากถึงพี่น้อง แฟนๆ ที่เคารพรักทุกท่าน ฝากติดตามข่าวสารงานอีเว้นท์กับ Zipevent ในช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ตามนี้เลย จิ้มๆ

Comments

comments