Category

Event Explore

Category

ถ้าพูดถึงเทศกาลแห่เสาโคมไฟที่ใหญ่ที่สุด คงหนีไม่พ้น “เทศกาลอาคิตะคันโตมัตสึริ : 竿燈まつり” หรือชื่อที่ทุกคนใช้เรียกกันอย่างคุ้นหูว่า “เทศกาลคันโต” เป็นเทศกาลเฉลิมฉลองของเมืองอาคิตะในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือได้ว่าเป็นเทศกาลประจำปีของญี่ปุ่นเลย แต่สิ่งที่พิเศษไปกว่านั้นคือเทศกาลแห่คันโตถูกกำหนดให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมพื้นบ้านในประเภทจับต้องไม่ได้และแถมยังเป็นหนึ่งในสามเทศกาลใหญ่ประจำฤดูร้อนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่นอีกด้วย Photo Credit: Laura Tomàs Avellanaทำความรู้จักกับคันโตหลายๆ คนอาจจะสงสัยกันว่าคันโตมันคืออะไร จริงๆ แล้วคันโตก็คือการเอาโคมไฟกระดาษหลายอันมาแขวนประกอบกันให้เป็นทรงคล้ายกับรวงข้าว แล้วนำไปขึ้นกับไม้ไผ่หรือเสาโคมไฟเพื่อทำการแบก โดยการแบกในแต่ละครั้งจะขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละบุคคลด้วยเช่นกัน บางคนอาจจะแบกคันโตด้วยไหล่ บางคนแบกด้วยฝ่ามือหรือเอว และบางคนก็แบกด้วยหน้าผาก ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นทุกคนที่แบกคันโต ล้วนแล้วแต่ได้รับการฝึกการแบกมาตั้งแต่ยังเด็กๆ นั่นเอง.เทศกาลคันโตจัดขึ้นเพื่ออะไรเค้าว่ากันว่า…เทศกาลคันโตมีจุดเริ่มต้นจากกิจกรรมที่จัดขึ้นในวันทานะบาตะในตั้งแต่สมัยเอโดะ ซึ่งถูกจัดขึ้นเพื่อปัดเป่าความง่วง ความเหงา และความชั่วร้ายในหน้าร้อน นอกจากจะปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายแล้วยังมีการขอพรให้ต้นข้าวเจริญงอกงาม มีผลผลิตดี อาหารอุดมสมบูรณ์ในหน้าร้อน โดยเทศกาลคันโตเป็นประเพณีที่ถือปฎิบัติกันมายาวนานประมาณ 270 ปีกันเลยทีเดียวPhoto Credit: Laura Tomàs Avellanaไฮไลท์ที่ไปถึงงานแล้วไม่ควรพลาดมาถึงงานทั้งที แล้วจะพลาดช่วงไฮไลท์ของงานได้อย่างไร และไฮไลท์ของงานเทศกาลนี้ก็คือการแสดงของเหล่านักแสดงที่ใช้ทักษะในการทรงตัว ความสมดุลในการแบกเสาคันโตหรือไม้ไผ่ขนาดยาวกับโคมไฟกระดาษที่ติดอยู่บนเสาไม้ไผ่ นอกเหนือจากการชมความสามารถของเหล่านักแสดงแล้ว ในตอนกลางคืนจะมีขบวนพาเหรดที่มาโชว์ความสวยงามของคันโตในแต่ละประเภท โอโห้! เป็นเทศกาลที่น่าตื่นตาตื่นใจสุดๆ การแข่งขันลีลาในการแบกคันโตรู้หรือเปล่าว่า…เทศกาลนี้เขาไม่ได้จัดเพื่อมีไว้โชว์อย่างเดียว แต่การแบกคันโตมีการแข่งขันด้วย ซึ่งการแข่งขันแสดงลีลาในการแบกคันโตนั้นจัดขึ้นที่บริเวณลาน AREA NAKAICHI และการแข่งขันแบ่งถูกออกเป็น 4 ประเภทด้วยกัน จากตามลำดับขนาดของคันโตคือ ขนาดใหญ่ (Oowaka) ขนาดกลาง (Chuuwaka) ขนาดเล็ก (Kowaka) และ ขนาดจิ๋ว (Youwaka) โดยผู้เข้าแข่งขันจะถือคันโตด้วยลีลาท่าทางต่าง ๆ เช่น ถือโดยวางไว้บนฝ่ามือ ไหล่ เอว สลับท่ากันไป สำหรับคันโตขนาดใหญ่จะมีทั้งการแข่งขันประเภททีมและประเภทเดี่ยว ซึ่งสามารถสร้างความหวาดเสียวให้กับผู้ที่เข้ามาชมเป็นอย่างมากทีเดียวPhoto Credit: Laura Tomàs Avellanaเทศกาลคันโตจัดเมื่อไหร่ปกติแล้วเทศกาลอาคิตะคันโตมัตสึริ หรือเจ้าเทศกาลแห่เสาโคมไฟเนี่ย จะถูกจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-6 สิงหาคม ของทุกปี ถ้าเพื่อนๆ คนไหนสนใจก็ยังมีเวลาเตรียมตัวนะ ยังทันอยู่เพื่อนๆ ลองคิดภาพตามดูสิว่า การที่ได้เราจะได้เห็นความสวยงามของโคมไฟนับร้อยดวงสว่างไสวเรียงรายกันอยู่บนท้องฟ้าในค่ำคืนของช่วงฤดูร้อน มันจะเป็นภาพที่สวยงามขนาดไหน พร้อมแล้วลุย พุ่งตัวออกไปดูความสวยงามเหล่านั้นกัน!หากเพื่อนๆ คนไหนสนใจ สามารถสำรองที่นั่งพิเศษ และดูข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ http://www.kantou.gr.jp/english/index.htmIllustration by Thalekhram P.อ้างอิง :https://www.akita-yulala.jp/th/pickup/อากิตะคันโตมัตสึริเทศกhttps://www.japan.travel/en/spot/1829/

วันชาติอเมริกา Around the World

4 กรกฎาคม 2560 วันชาติอเมริกา           เมื่อปีที่แล้วเราได้การมีโอกาสไปเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Work and Travel 2017 ที่เมือง Wisconsin Dells WI จึงทำให้ได้มีส่วนร่วมในงานเฉลิมฉลองเทศกาลวันชาติของอเมริกา หรือ…

Event Explore

กลับมาแล้ววว หลังจากที่หายหน้าหายตากันไปนาน วันนี้เรามี 4 เทศกาลในไทยเดือนมิถุนายนมาแนะนำให้เพื่อนๆ ได้รู้จักกัน แต่จะว่าไปจริงๆ แล้วเมืองไทยเรามีของดีเยอะนะ ในเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นการเที่ยวในภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก ต่างก็มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจเต็มไปหมด เราว่าเมืองไทยยังมีที่เที่ยวให้เราออกไปค้นหาอีกเยอะ แถมยังเที่ยวง่าย เพราะเป็นประเทศบ้านเกิดเมืองนอนของเราเอง แต่ถ้าพูดแล้วยังไม่เห็นภาพกันเนี่ย ลองมาดูลิสต์กันก่อนว่าจะมีเทศกาลไหนน่าเที่ยวกันบ้าง อยู่ใกล้บ้านเพื่อนๆ…

ต้องยอมรับเลยว่าตอนนี้กระแสของ LGBTQ+ (L=Lesbian G=Gay B=Bisexual T=Transgender/ Transsexual/คนข้ามเพศ Q=Queer/คนที่ชอบหรือรักเพศอะไรก็ได้ใน LGBTQ+ ทั้งหมด) หรือเพศทางเลือกหันมามีบทบาทมากขึ้นในสภาพสังคม ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญ หรือภาพยนตร์ที่ถูกนำมาเล่าเรื่องร้อยเรียงผ่านมุมมองต่างๆ ให้ผู้คนเข้าใจและกลายเป็นที่ยอมรับกันมากขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งนี่ถือได้ว่าเป็นสัญญาณที่ดีของเพศทางเลือกที่จะได้มีพื้นที่ที่สามารถแสดงความเป็นตัวของตัวเองได้มากขึ้น San Francisco Pride”ไพรด์” ยิ่งกว่าความภาคภูมิใจของเหล่า LGBTQ+ไพรด์ (Pride) หรือที่รู้จักกันในนามงานเกย์ไพรด์ที่จะจัดขึ้นเร็วๆ นี้ในเมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา เทศกาลไพรด์เป็นการเฉลิมฉลองผ่านการเดินพาเหรดเป็นหลัก โดยคุณจะได้เห็นขบวนพาเหรดของเหล่า LGBTQ+ ที่มากกว่า 100 ชีวิตมารวมตัวเดินเฉิดฉายบนถนนดาวน์ทาวน์ของซานฟรานฯ เพื่อบ่งบอกความเป็นตัวตนของพวกเขาให้พวกคุณเห็นกันมากที่สุดในโลกPhoto Credit: DBPerko​Photo Credit: GoToVanทำความรู้จักกับงาน San Francisco Pride กันหน่อยดีกว่าอย่างที่บอกไปว่าเทศกาลไพรด์เป็นงานของเหล่า LGBTQ+ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ในบาร์สโตนวอลล์ เมื่อ 27 มิถุนายน 2512 ที่มีการจับกุมเกย์และเลสเบี้ยนที่แต่งตัวไม่ตรงตามเพศจนนำมาสู่เหตุจลาจล และนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการเรียกร้องสิทธิทางกฎหมายของชาวหลากหลายทางเพศ นอกจากนั้นไพรด์ยังจัดขึ้นเพื่อแสดงความภูมิใจในตัวตนของการเป็น LGBTQ+ ที่โดยปกติมักจะถูกดูถูก หรือรังแกจากคนทั่วไปอยู่เป็นประจำ แต่ที่จริงแล้วงานไพรด์ไม่ได้มีแค่ที่ซานฟรานฯ ที่เดียวนะ (เวียดนาม เกาหลีใต้ ชิลี อาร์เจนตินาก็มี) แต่ซานฟรานฯ ถือว่าเป็นที่แรกๆ ที่มีการเฉลิมฉลองงานนี้ขึ้นผู้บุกเบิกธงสัญลักษณ์สีรุ้ง “กิลเบิร์ต เบเคอร์”หากยังจำกันได้…เมื่อไม่นานมานี้ในแอพพลิเคชันยอดฮิตอย่างเฟซบุ๊กได้มีฟีเจอร์กดแสดง Reaction เฉลิมฉลองในรูปธงสีรุ้ง หรือ Pride month ด้วย โดยมีคุณกิลเบิร์ต เบเคอร์ ศิลปินอิสระชาวอเมริกันเป็นคนออกแบบและสร้างธงสีรุ้งนี้ขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มผู้เป็นเพศทางเลือก ซึ่งได้เสียชีวิตลงอย่างสงบในวัย 65 ปีPhoto by Spencer Platt/Getty ImagesMore Color More Pride ทำไมต้องเป็นธงสีรุ้ง ถ้าถามว่าทำไมถึงต้องเป็นสีรุ้ง นั่นก็เพราะว่าสีรุ้งเป็นสีที่สามารถบอกความหลากหลายทางเพศได้ดีที่สุดในบรรดาของทุกๆ สี และถอยหลังกลับไปในปี 2521 ธงสีรุ้งแบบแรกได้ถูกออกแบบด้วยกันทั้งหมด 8 สี แต่ในปัจจุบันได้ถูกปรับเปลี่ยนเหลืออยู่ 6 สีเพื่อความเหมาะสมมากขึ้น แต่ยังคงความหมายที่ลึกซึ้งในแต่ละสีอยู่สีแดง – เปรียบเหมือนชีวิตสีส้ม – เปรียบเหมือนการรักษาเยียวยาสีเหลือง – เปรียบเหมือนแสงอาทิตย์สีเขียว – เปรียบเหมือนธรรมชาติสีน้ำเงิน – เปรียบเหมือนความกลมกลืนสีม่วง – เปรียบเหมือนจิตวิญญาณมนุษย์Photo Credit: Ted Eytanได้ทำความรู้จักกันคร่าวๆ ไปแล้วกับงานเทศกาลไพรด์ คราวนี้ถึงตาที่จะเตรียมพร้อมเพื่อไปพบกับความยิ่งใหญ่ของงาน San Francisco Pride ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 23 – 24 มิถุนายนนี้ ที่เมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยปีนี้งานจะมาในคอนเซ็ปต์ “Generations of Strength” รับรองได้ว่าถ้าได้เข้าร่วมแล้วจะติดใจแน่นอน การันตีได้จากยอดของคนเข้างานในปีที่ผ่านมาถึง 1.8 ล้านคนเลยทีเดียว เอาหละ! ถ้ามีเพื่อนๆ คนไหนได้ไปก็อย่าลืมมาเล่าถึงความอลังการของงานให้พวกเราชาว Zipevent ฟังกันด้วยน้า** สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม และจองบัตรได้ที่http://www.sfpride.org/อ้างอิง :http://www.sftravel.com/article/san-francisco-pride-generations-strengthhttps://prachatai.com/journal/2017/04/70860https://talk.mthai.com/inbox/448324.html​

เทศกาลซาลาเปา Around the World

“ฮ่องกง” เมืองที่ใครก็อยากลองไปสัมผัสดูสักครั้ง ถ้าให้พูดถึงประเทศฮ่องกง หลายคนคงจะรู้จักกันดีในเรื่องของดินแดนแห่งการช้อปปิ้ง กินและเที่ยว ใช่มั้ยล่ะ? แต่เราได้ยินมาว่าที่นี่มีเทศกาลซาลาเปา ณ หมู่เกาะเฉิ่งเจ๊า เป็นเทศกาลท้องถิ่นที่นิตยสารออนไลน์ของอเมริกาอย่าง Time.com ยกให้ ติด 1 ใน 10 เทศกาลแปลกของโลกด้วยนะ ใครที่มีแพลนจะไปเที่ยวฮ่องกงก็ลองเข้ามาทำความรู้จักกับเทศกาลนี้กันดูก่อนก็ได้ : )…

งาน Coachella Around the World

นอกเหนือจาก Coachella มิวสิคเฟสติวัลระดับโลกที่หลายๆ คนน่าจะเคยได้ยินผ่านหูกันมาบ้าง เพราะเป็นหนึ่งในเทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ อลังการ และเป็นที่ตั้งตารอของคอเพลงทั่วโลก แต่ในวันนี้ Zipevent จะพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับอีกมิวสิคเฟสติวัลที่เรียกว่าเป็นญาติสนิทกับ Coachella เลยก็ว่าได้ และนั่นก็คือ Stagecoach Festival นั่นเอง

เดือนมีนาคมของทุกปีถือเป็นอีกหนึ่งฤกษ์งามยามดีที่บรรดาคอศิลปะทั่วโลกจะมารวมตัวกันที่ฮ่องกง เพราะมหานครแห่งนี้จะอบอวลไปด้วยงานศิลป์ชั้นดีที่คัดสรรมาจัดแสดงในหลากหลายอีเว้นท์ศิลปะตามย่านต่าง ๆ ทั่วเมืองกันตลอดเดือน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เหล่าศิลปินและคนรักงานอาร์ตทั้งหลาย ทั้งเพิ่มมิติแปลกใหม่และขับเคลื่อนแวดวงศิลปะและวัฒนธรรมของเมืองนี้ให้เติบโตเฟื่องฟู

รวมเทศกาลวันแปลก Event Explore

อะโลฮ่า มีนาคม ! กลับมาพบกันอีกครั้งกับ ‘รวมเทศกาลวันแปลก’ คงรู้ๆ กันอยู่ว่า มีอีเว้นท์และเทศกาลต่างๆ เกิดขึ้นอยู่แทบจะทุกวันบนโลกใบนี้ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นงานทั่วๆ ไป ที่เราคุ้นหูคุ้นตากันอยู่แล้ว เราจึงอยากรวบรวมวันแปลกๆ ที่ซ่อนอยู่ มาให้ทุกคนได้รับรู้กัน (จริงๆ ก็เป็นข้ออ้างให้เราทำอะไรซักอย่างนั่นแหละ) เอาเป็นว่าถ้าใครเบื่อๆ ไม่รู้จะทำอะไร ก็ลองทำตามวันเหล่านี้ดูก็ได้นะ : )

hholi festival Around the World

เทศกาลโฮลี่ (Holi festival) หรือที่รู้จักกันในนามเทศกาลสาดสีที่ประเทศอินเดีย จะจัดขึ้นในเดือนมีนาคม Zipevent เลยอยากจะพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับงานสาดสีแสนสนุกในครั้งนี้กัน จะแตกต่างจากสงกรานต์ในประเทศไทยหรือเปล่านะ ? ถ้าอยากรู้ก็ตามเข้าไปดูกันเลย

เข้าเดือนใหม่แล้ว แน่นอนว่าเราก็ต้องมีการรวบรวมวันแปลกๆ ที่ประเทศอื่นรอบโลกเขาเฉลิมฉลองกันมาฝาก สำหรับเดือนกุมภาพันธ์นี้ก็มีวันแปลกตลกๆ อยู่ไม่น้อยเลยนะ อย่าคิดว่ามีแค่วันวาเลนไทน์หรือวันตรุษจีนล่ะ มีอีกเยอะจ้า ไปดูกันได้เลย ! 7 กุมภาพันธ์ = วันบัลเลต์ ว่ากันว่าการเรียนบัลเลต์เนี่ยสามารถฝึกทักษะของเราได้ ถึงขั้นที่ว่ายิ่งเต้น ยิ่งเพิ่มความฉลาดกันเลยทีเดียว หรือใครที่อยากจะยืดเส้นยืดสาย ดัดตัวซะหน่อยก็อย่ารอช้า ถ้ายังไม่เคยลองมาก่อน วันนี้ก็ถือเป็นวันที่ดีสำหรับการลองเริ่มดูนะ (หรือเอาจริงๆ เต้นอยู่ที่บ้านก็ไม่เสียหาย) คิดได้แบบนี้แล้วล่ะก็ Let’s Go! ออกไปเรียนบัลเลต์กัน! (กร๊อบบบบบ *เสียงกระดูก*) 7 กุมภาพันธ์ = วันโบกมือทักทายเพื่อนบ้าน ถ้าใครที่มีเพื่อนบ้าน แต่ไม่เค๊ย ไม่เคยคิดที่จะทักทายกันเลย แนะนำวันนี้เลยจ้า วันแห่งการโบกมือทักทายเพื่อนบ้าน ไม่ต้องงงกัน มันคือวันกล่าวสวัสดี ผูกมิตรกับเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้ๆ เรา ทนฟังเราร้องเพลงตอนอาบน้ำมาโดยตลอด ทำความรู้จักกันไว้สักนิดก็ไม่เสียหายนะ 11 กุมภาพันธ์ = วันหาเพื่อนใหม่ ใช่ ฟังไม่ผิดหรอกนะ วัน ‘Make a friend day’ หรือเอาแบบเข้าใจง่ายๆ ก็คือวันแห่งการหาเพื่อนนั่นแหละ ว่ากันว่าการมีเพื่อนเยอะๆ เนี่ยสิดี และถ้าหากเราต้องการที่จะหาเพื่อนใหม่อยู่แล้วล่ะก็ ลองมันซะวันนี้เลย อาจจะเจอเพื่อนใหม่ตามร้านกาแฟสุดโปรดของเรา หรือจะเป็นตามรถไฟฟ้าที่เรานั่งโดยสารไปกลับอยู่ในทุกๆ วัน เดินหน้ารุกทำความรู้จักเลย ไม่แน่อาจจะได้มิตรภาพแบบแปลกใหม่ในวันนี้ก็ได้นะ 14 กุมภาพันธ์ = วันแบ่งปันหนังสือให้เด็กๆ  14 กุมภาฯ วันวาเลนไทน์อะไร ไร้สาระ! เรามีเรื่องดีๆ มาแบ่งปันให้กับคนที่มองบนกับวันวาเลนไทน์กัน เพราะวันที่ 14 กุมภาพันธ์เป็นวันแห่งการมอบหรือส่งต่อหนังสือให้กับนักอ่านตัวน้อย เพื่อแบ่งปันเรื่องราวดีๆ จากหนังสือที่เราอ่านให้กับเด็กๆ เหล่านั้นนั่นเอง ซึ่งก็มีวิธีการให้หลากหลายรูปแบบนะ บางคนก็อาจจะบริจาคให้กับห้องสมุด หรือแอบไปวางตามโรงพยาบาลก็มีเหมือนกัน แสดงความรักด้วยการ ‘แบ่งปัน’ กันเถอะ 15 กุมภาพันธ์ = วันแห่งความโสด สถานีของคนมีคู่หลบไป ต่อไปจะเป็นสถานีของคนโสดแล้ว คนไร้คู่ทั้งหลายโปรดรวมตัวกัน เพราะวันนี้มันเป็นวันที่คนโสดจะต้องฉลอง! ออกมาสังสรรค์พบปะพูดคุย แชร์เรื่องราวความโสดให้กันและกันฟัง เป็นวิธีแก้เหงาได้ดีเลยนะ ไม่แน่ ตอนมางานอาจจะโสด แต่พอเลิกงานขากลับอาจจะไม่โสดก็ได้จ้า ว้าววววววววววว 18 กุมภาพันธ์ = วันกินไอติมแทนข้าวเช้า บางคนอาจจะคิดว่าเป็นการกระทำที่ไร้สาระและไร้จุดหมายมากๆ แต่จริงๆ แล้วมันมีที่มาที่ไปนะ วันแปลกนี้ตั้งขึ้นเพื่อรณรงค์ช่วยเหลือเด็กๆ ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งนั่นเอง เพราะในทุกๆ วันที่ยังมีชีวิตอยู่ เด็กๆ ก็ควรจะมีโอกาสมอบความสุขให้กับตัวเองถูกมั้ยล่ะ ? เพราะฉะนั้น “ไอติม” นี่แหละ ที่จะช่วยสร้างความสุขให้กับพวกน้องๆ ได้ แม้จะเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม : ) 20 กุมภาพันธ์ = วันแห่งการรักสัตว์เลี้ยง หลายๆ คน คงมีสัตว์เลี้ยงอยู่ที่บ้านกันใช่มั้ยล่ะ ? ไม่ว่าจะเป็น หมา แมว ปลา กบ ผีเสื้อ หรือแม้กระทั่งมดตัวน้อยๆ (ใช่หรอ) ในที่สุดก็ถึงเวลาแล้วที่จะพาน้องๆ ออกมาโชว์ความน่ารักให้คนอื่นได้เห็นกันในวันนี้ พร้อมแล้วเริ่ม!! ถ่ายรูปอวดความรักของเราที่มีต่อน้องหมา น้องแมวที่บ้านกันได้เลยจ้า 23 กุมภาพันธ์ =…