เอาใจสายศิลปะกันอีกครั้ง…ถ้าให้พูดถึงสถานที่ที่รวบรวมงานศิลปะแน่นอนว่าหลายๆ คนคงนึกถึง BACC หรือหอศิลป์อย่างแน่นอน แต่เมื่อไม่นานมานี้ได้มีสถานที่ที่หนึ่งมีกระแสขึ้นมานั่นก็คือ Museum of Contemporary Art (MOCA) หอศิลปะที่ตั้งอยู่บริเวณละแวกวิภาวดี (ถัดจากตึกเบญจจินดา) ให้ได้ไปเสพศิลปะกันแบบให้จุใจ


วันนี้เราเลยถือโอกาสรวมนิทรรศการที่กำลังจะเกิดขึ้น และเกิดขึ้นอยู่มาให้สาวกศิลปะได้ตามไปอัปเดตกันนนน~

กว่าจะเป็น Museum of Contemporary Art

ตั้งแต่สมัยโบราณ ความรัก ศรัทธาและจงรักภักดีในสถาบันชาติ,ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ได้สะท้อนผ่านผลงานศิลปกรรมไทยหลากหลายรูปแบบ ศิลปะตามแบบแผนดั้งเดิมจึงเป็นศิลปะแนวประเพณีที่แสดงความงามตาม อุดมคติเพื่อให้คู่ควรกับสถาบันหลักที่คนไทยเทิดทูนอย่างสูงสุด หากแต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไป งานศิลปกรรมก็มีการปรับเปลี่ยนตามไปด้วย

บุคคลหนึ่งซึ่งมีบทบาทอย่างยิ่งในการเปลี่ยนแปลงรูปโฉมศิลปกรรมในประเทศไทย คือ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ประติมากรชาวอิตาเลียน ผู้วางหลักสูตรจิตรกรรมและประติมากรรมที่โรงเรียนประณีตศิลปกรรม ซึ่งได้ยกระดับการศึกษาเป็นมหาวิทยาลัยศิลปากรในเวลาต่อมา ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ได้นำหลักปรัชญาที่ว่า “ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น” มาเผยแพร่ พร้อมกับหลักวิชา Academic Art ให้ลูกศิษย์ได้ศึกษาเรียนรู้และเพิ่มพูนทักษะทางศิลปะให้ทัดเทียมนานาอารยะประเทศจนได้รับการยกย่องให้เป็น “บิดาแห่งศิลปะไทยร่วมสมัย”

งานศิลปกรรมของศิลปินที่ได้รับอิทธิพลจากสิ่งที่ท่านศาสตราจารย์ศิลป์ได้วางรากฐานไว้ จึงเป็นผลงานที่ผสานความเชื่อ ความศรัทธาแบบดั้งเดิม เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยไว้อย่างลงตัว เปรียบดังกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนทั้งความเจริญรุ่งเรืองทางศิลปวัฒนธรรมของคนในชาติพุทธิปัญญาและความเป็นอารยะของชนชาติไทย

ประวัติอันยาวนานและน่าสนใจของศิลปกรรมไทยทั้งหมดได้รับการรวบรวมไว้แล้ว ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย ที่ซึ่งเกิดจาก “ความหลงใหลในงานศิลปะ” ของคุณบุญชัย เบญจรงคกุล แต่เหตุผลหลักที่ทำให้คุณบุญชัยเปิดพิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัยอย่างเป็นทางการ คือ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและเพื่อเชิดชูเกียรติของ “บิดาแห่งศิลปะไทยร่วมสมัย” หรือ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี

มาดูกันดีกว่าว่าตอนนี้มีงานศิลปะอะไรให้เราชมบ้าง


เฮลป์ มี (HELP ME)
นิทรรศการเดี่ยว โดย VHS ศิลปินร่วมสมัยชาวอังกฤษ

วันนี้ – 18 ตุลาคม 2020

กรุงเทพฯ, วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 –VHS ศิลปินชาวอังกฤษ ผู้หลงใหลในการเล่นสเก็ตบอร์ดและการโต้คลื่น ปัจจุบันอาศัยอยู่กรุงเทพมหานคร นิทรรศการเฮลป์ มี (HELP ME) โดย VHS เป็นนิทรรศการแนวสตรีทอาร์ตครั้งที่ 2 ของ MOCA BANGKOK จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 19 กันยายน – 18 ตุลาคม 2563

VHS (คริส เว็ปเบอร์) เป็นศิลปินร่วมสมัยชาวอังกฤษ เขาเกิดและเติบโตขึ้นพร้อมกับวัฒนธรรมสตรีทในภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศอังกฤษ ทําให้เขามีความหลงใหลในการเล่นสเก็ตบอร์ดและการโต้คลื่นมาตั้งแต่เด็ก สเก็ตบอร์ด กระดานโต้คลื่น และศิลปะทําให้เขาได้รู้จักกับสังคมและความสนิทสนมที่ยังคงอยู่ในใจของเขาจนถึงทุกวันนี้ทุกครั้งที่ตัวเขาต้องการความช่วยเหลือ ของเล่นและเพื่อนฝูงไม่เคยทิ้งเขาไปไหน

การทํางานด้านการออกแบบเว็ปไซต์กราฟิกดีไซน์แอนิเมชั่น และกํากับศิลป์ทําให้VHS ได้ร่วมงานกับองค์กร และแบรนด์สินค้าระดับโลก รวมถึงรายการโทรทัศน์ต่าง ๆ มากมาย เขาใช้ชีวิตศิลปินมาโดยตลอดผ่านผลงานออกแบบที่เขาสร้างสรรค์ และไม่กี่ปีที่ผ่านมาเขาได้ผันตัวเองมาสร้างสรรค์ผลงานศิลปะอย่างจริงจัง ปัจจุบัน VHS ใช้เวลาทั้งหมดสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่ทําลายกําแพงกั้นระหว่างโลกดิจิตอลและโลกแห่งความจริง

ในนิทรรศการมัลติมีเดียครั้งนี้ VHS ได้นําโลกของเขามาจัดแสดงผ่านผลงานจิตกรรม AR (Augmented Reality) ประติมากรรม สเก็ตบอร์ด และลานเสก็ต VHS ใช้ผลงานศิลปะเชิญชวนทุกท่านเข้าสู่สนามเด็กเล่นของเขา สถานที่ที่เปรียบเสมือนช่วงเวลาอันเรียบง่ายตอนที่ทุกคนยังเป็นเด็กช่วงเวลาที่ความเหลื่อมลํ้าทางสังคมหรือสีผิวไม่ได้เป็นตัวแบ่งกั้นผู้คน ช่วงเวลาที่พวกเราเพียงแค่ต้องการพบเพื่อนใหม่

หัวใจหลักของนิทรรศการ คือ ประสบการณ์ที่ชวนให้คิดถึงเวลาที่เรายังเป็นเด็ก ให้ตระหนักว่าพวกเราได้เดินทางมาไกลแค่ไหนแล้ว และเรายังคงมีพื้นที่พอสําหรับการพัฒนา ในการดําเนินชีวิตย่อมมีข้อผิดพลาด แต่พวกเรามีความสามารถที่จะมองย้อนกลับไป เพื่อนําข้อผิดพลาดนั้นมาปรับปรุงแก้ไข หลายคนอาจจะคิดว่าของเล่นนั้นเป็นเรื่องสําหรับเด็ก แต่ที่จริงแล้วความต้องการที่จะ “เล่น” ไม่เคยหายไปไหน มีเพียงแค่“ของเล่น” เท่านั้นที่เปลี่ยนไป ในโลกยุคดิจิตอล สมาธิของผู้คนนั้นสั้นลง สิ่งต่าง ๆ รอบตัวเราเคลื่อนไหวด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ การเสพข้อมูลที่มากเกินไปทําให้ให้ใครหลายคนกลายเป็นคนคิดมาก มันไม่ยากเลยที่จะหลงทางท่ามกลางความสับสนของชีวิตยุคใหม่ในบางวัน คุณอาจจะอยากร้องตะโกนออกไปว่า “ช่วยฉันที”

DOMESTICATED
กวิตา วัฒนะชยังกูร

วันนี้ – 16 พฤศจิกายน 2020

MOCA

กวิตา วัฒนะชยังกูร สร้างสรรค์ผลงานวิดีโอทั้ง 10 จากการเฝ้าสังเกตกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้แรงงานในบ้าน ศิลปินมีมุมมองต่องานแสนธรรมดาเหล่านี้ในชีวิตประจําวันว่าเป็นความซํ้าซากจําเจ และก่อให้เกิดความเจ็บปวดทางร่างกาย ในช่วงที่รัฐบาลออกมาตรการกักกันเพื่อควบคุมโรคระบาดโควิด 19 การสังเกตของศิลปินจึงเป็นไปอย่างเข้มข้นมากขึ้น ศิลปินใช้ร่างกายของตนเองทําการทดลองสร้างสรรค์ ซํ้า ๆ ท้าทายขีดจํากัดของร่างกายตนเอง กลั่นกรองออกมาเป็นผลงานที่อาจทําให้ผู้ชมได้รับชมรู้สึกอึดอัด แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่อาจละสายตาไปได้ ผลงานชิ้นนี้หากมองเพียงผิวเผินจะเกี่ยวกับบทบาทของผู้หญิงใน
สังคม แต่ความตั้งใจของศิลปิน คือ การแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างที่มีความซับซ้อนลึกลงไปกว่านั้นในเรื่องอัตลักษณ์ของผู้หญิงที่สัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมของตนเอง

นิทรรศการ ‘สายฝน’
โดย นีโน่ สุวรรณี สาระบุตร

วันนี้ – 31 ธันวาคม 2020

MOCA

“ความรักที่ยิ่งใหญ่ คือ ความรักอยากเห็นผู้ที่ตนรักมีชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งร่างกาย จิตใจ และความเป็นอยู่ คือ ความรักอยากเห็นผืนดินอันเป็นที่รักเขียวชอุ่ม ชุ่มฉ่ำ อุดมด้วยน้ำ ด้วยปลา ด้วยข้าวเต็มผืนนา และด้วยป่าเต็มขุนเขา นี่ คือ ความรักที่หนูได้เรียนรู้จากพ่อ”

ไม่ต่างจากประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ ข้าพเจ้ารับรู้ได้ถึงความรักอันยิ่งใหญ่ที่พ่อหลวงรัชกาลที่ ๙ มีให้กับประชาชนทั้งประเทศ พระองค์ทรงงานหนักเหลือเกินเพื่อประชาชนของพระองค์ ความรักของคนไทยที่มีต่อในหลวงไม่ได้หยุดไปพร้อมกับลมหายใจสุดท้ายของท่าน นับวันมีแต่จะเพิ่มมากขึ้นและมากขึ้นเมื่อเรานึกถึงพระองค์

ประชาชนทุกคนต่างแสดงความรักและภักดีต่อพระองค์ในทุกสิ่งที่พวกเขาสามารถจะทำได้ ตั้งแต่สิ่งเล็กๆ น้อยๆ จนถึงสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการปลูกต้นไม้สักต้น จนถึงการปลูกป่า หรือสร้างโรงพยาบาล

‘สายฝน’ งานจัดวางหัวใจพอร์ซเลนหลายพันชิ้น ร้อยเรียงเรืองรองรับแสงในความมืดมิด แทนความรู้สึกหม่นมัวของชาวไร่ชาวนาไทยในยามที่ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ปรากฏการณ์ที่มหัศจรรย์ยิ่งกว่าฟ้าประทานพร ก็ คือ ฝนหลวง หนึ่งในโครงการพระราชดำริที่คิดค้นมาเพื่อบรรเทาความยากไร้ของประชาชนในที่ห่างไกล ทุกหยดของฝนหลวง เปรียบเสมือนความรักของพ่อที่พร่างพรมชโลมใจให้ลูกๆทุกคนได้ชุ่มเย็นฉ่ำใจ ปลุกชีวิตคืนชีวาให้ท้องไร่และผืนนากลับมางอกเงยและงดงาม ให้ผลิตเพียงพอหล่อเลี้ยงชีวิตชาวไร่ชาวนามาจนถึงปัจจุบันนี้

‘สายฝน’ สร้างและจัดแสดงครั้งแรกเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๖๐ ศิลปินมุ่งหวังให้ห้องนิทรรศการนี้จะแสดงถึงพลังแห่งความรักที่เราทุกคนมีต่อในหลวงและต่อประเทศไทย “ความรักอันแน่วแน่เป็นหนึ่งเดียว ที่จะเติบโตและเป็นแรงผลักดันให้พวกเราคิดและทำสิ่งที่ดีมีคุณค่าต่อกันและกัน และต่อประเทศชาติ”

EXPLORE ART

นิทรรศการแบบถาวร

งานสะสมชิ้นแรกของคุณบุญชัย เบญจรงคกุล ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย MOCA BANGKOK เป็นผลงานอาจารย์อนันต์ ปาณินท์ นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 ภาพหญิงสาวกึ่งเปลือยคล้ายภาพของวีนัส จิตรกรรมสุดคลาสสิคซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากภาพเขียนของตะวันตก ซึ่งในยุคนั้นคือยุคเฟื่องฟูของศิลปะไทยที่ก่อเกิดผลงานทั้งทางด้านจิตรกรรมและประติมากรรมอย่างหลากหลาย

MOCA

ศิลปินถ่ายทอดศิลปะวัฒนธรรมไทยที่กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างแยกไม่ออก สะท้อนความเป็นไทยให้ผู้คนทั่วโลกได้รับรู้ถึงรากเหง้าแห่งวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมายาวนานนับพันปี ภาพเขียนที่จัดแสดงอย่างถาวรส่วนใหญ่จึงเป็นงานที่ทำให้โลกตะวันได้รู้จักความเป็นไทยได้ภายในวันเดียวผ่านงานศิลปะของศิลปินนับร้อยชีวิตทั้งงานของศิลปินแห่งชาติยุคบุกเบิกจวบจนถึงศิลปินแห่งชาติรุ่นปัจจุบัน และจิตรกรรมที่ครบถ้วนทุกลัทธิศิลปะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความโดดเด่นของงานจิตรกรรมไทยประเพณีร่วมสมัย ทั้งงานเซอร์เรียลลิสต์ของบรมครูตลอดจนงานของศิลปินเซอร์ร่วมสมัยในปัจจุบันนี้

ถ้าหากเพื่อนๆ ซิปไปเที่ยวกันแล้ว ชื่นชอบนิทรรศการไหนก็อย่าลืมเอามาบอกต่อกันด้วยนะ 🙂


ฝากติดตามข่าวสารงานอีเว้นท์กับ Zipevent ในช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ตามนี้เลย 

  • Line: @Zipevent (อย่าลืมเติม @ ข้างหน้าด้วยนะคะ) หรือจิ้มไปที่ลิงก์นี้ได้เลย @Zipevent
  • Instagram: @Zipevent
  • Website: www.zipeventapp.com
  • Twitter: @Zipevent
  • Facebook: @Zipevent

Comments

comments

Author

Nothing really gones away