เชื่อว่าเมื่อเรียนจบมหาลัยกันแล้ว หลายๆ คนน่าจะต้องมีแพลนอยากไปเรียนต่อต่างประเทศกันบ้างใช่มั้ยล่ะ ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ, สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, ออสเตรเลีย หรือ นิวซีแลนด์ เป็นต้น เพราะการไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ นอกจากจะได้เรื่องภาษาแล้ว ยังได้เรื่องคอนเนคชั่นอีกด้วย แต่ก่อนที่เราจะโบยบินไปเรียนต่อได้นั้น แน่นอนว่าต้องผ่านขั้นตอนการสมัครเรียนและการเตรียมตัวต่างๆ มากมาย วันนี้ Zipevent จึงอยากจะมาบอกต่อถึงขั้นตอนแรกๆ ที่ทุกคนจะต้องทำ นั่นก็คือการเตรียม เอกสาร เพื่อที่จะใช้ยื่นในการสมัครเรียนนั่นเอง ไปดูกันเลยดีกว่าว่าหลักๆ แล้ว สิ่งที่เพื่อนๆ ควรจะต้องเตรียมนั้นมีอะไรบ้าง

จริงๆ แล้วเอกสารหรือข้อมูลต่างๆ ที่แต่ละคนต้องเตรียมก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ บางประเทศอาจต้องการแค่เอกสารไม่กี่อย่าง หรือบางประเทศก็ต้องการเอกสารและหลักฐานเป็นปึกๆ เราจะมาพูดถึงเช็กลิสต์มาตรฐานหลักๆ ที่เพื่อนๆ ต้องมีก็แล้วกัน จะได้เห็นภาพชัดขึ้นว่าสิ่งที่ควรมีคืออะไรบ้าง 

ใบจบการศึกษา (Graduation Certificate)

เป็นใบหลักฐานรับรองการศึกษา ซึ่งสามารถขอได้ที่มหาลัยของแต่ละคนเลย แนะนำให้ขอเป็นเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษนะ

ทรานสคริปต์ (Transcript)

ใบแสดงผลการเรียนในทุกๆ ภาคเรียนที่มหาลัยของเพื่อน เพื่อเป็นเอกสารสำหรับประวัติการเรียนในช่วงมหาลัยของเรา

จดหมายรับรอง (Letter of Recommendation)

เพื่อนๆ จะต้องขอหนังสือรับรองจากอาจารย์ที่มหาลัยจำนวนอย่างน้อย 2 ฉบับ หรือถ้าใครทำงานแล้วก็สามารถขอจดหมายรับรองจากที่ทำงานได้เช่นกัน อย่าลืมว่าอาจารย์มีภารกิจอีกหลายอย่างที่ต้องทำ เราก็ควรจะขอจดหมายล่วงหน้าเร็วๆ จะได้เผื่อเวลาให้อาจารย์นั่นเอง

Resume / Portfolio

สิ่งที่ควรทำเผื่อไว้ก็คือ Resume หรือประวัติการเรียน การทำงาน และสิ่งที่เพื่อนๆ สนใจคร่าวๆ เพื่อที่ทางมหาลัยจะได้รู้จักกับเราเพิ่มเติม เป็นข้อมูลใช้ประกอบการตัดสินใจนั่นเอง ส่วน Portfolio ก็อาจจะเหมาะกับเพื่อนๆ ที่สนใจเรียนต่อในด้านอาร์ต ก็อาจจะต้องมี Portfolio แสดงผลงานเพิ่มเติม

Passport (หนังสือเดินทาง)

สำเนาพาสปอร์ตหรือสำเนาหนังสือเดินทางนั้นจำเป็นที่สุด ขอให้ถ่ายเอกสารเก็บตุนไว้ก่อนเลย เพราะคอนเฟิร์มว่าต้องได้ใช้แน่นอน แต่อย่าลืมเช็กวันหมดอายุพาสปอร์ตให้ดีก่อนนะ เผื่อต้องไปต่อเล่มใหม่ จะได้ทำทันนะคะ

Statement of Purpose (SOP)

สิ่งที่ต้องทำเพิ่มเติมนอกจากเอกสารรับรองจากมหาลัยและอาจารย์ ก็คือการเขียน Statement of Purpose (SOP) คล้ายๆ กับเรียงความเพื่อบอกว่าทำไมถึงอยากเข้าเรียนในหลักสูตรนี้หรือคอร์สนี้มีความสำคัญอย่างไรกับตัวเรา พร้อมบอกถึงสิ่งที่คาดหวังจากการที่จะได้เรียนหลักสูตรนั้นๆ ด้วย (ความยาวประมาณไม่เกิน 2 หน้า A4)

เอกสาร คะแนนภาษาอังกฤษ (IELTS หรือ TOEFL)

แน่นอนว่าทางมหาลัยที่เราต้องการจะไปเรียนจะต้องอยากวัดระดับภาษาอังกฤษเบื้องต้นของเราก่อน ซึ่งคะแนน IELTS และ TOEFL ก็เป็นมาตรฐานที่วัดได้โดยง่าย ใครที่ยังไม่เคยสอบก็ลองศึกษาแนวข้อสอบให้ดีน้า แต่ละมหาวิทยาลัยก็จะมีเกณฑ์การวัดระดับต่างกันไป แต่ไม่ต้องกังวลนะ ถ้าสอบแล้วผลคะแนนออกมาไม่ถึงเกณฑ์ เราสามารถสอบได้เรื่อยๆ จนกว่าคะแนนจะถึง แต่ถ้าไม่ถึงจริงๆ ก็ไม่เป็นไร ทางมหาลัยส่วนใหญ่จะมี หลักสูตรที่เรียกว่า Pre-sessional course ให้ได้ปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษก่อนเปิดภาคเรียนกันก่อน

นี่ก็เป็น เอกสาร เช็กลิสต์ ที่อยากจะให้เพื่อนๆ ได้ลองเตรียมไว้ล่วงหน้ากันก่อน เมื่อถึงเวลาจะได้ไม่ต้องตามหาเอกสารให้วุ่นวาย หรือใครที่อยากไปหาข้อมูลเกี่ยวกับคอร์สเรียนของประเทศต่างๆ พร้อมปรึกษาผู้เชี่ยวชาญภายในงาน ก็สามารถเข้าไปเดินหาข้อมูลกันได้ที่งาน OCSC (กดลิงก์ได้ที่นี่) ตั้งแต่วันที่ 2-3 พฤศจิกายน 2562 ได้เลยค่า


ฝากติดตามข่าวสารงานอีเว้นท์กับ Zipevent ในช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ตามนี้เลย 
Line: @Zipevent (อย่าลืมเติม @ ข้างหน้าด้วยนะคะ)
หรือจิ้มไปที่ลิงก์นี้ได้เลย @Zipevent
Instagram: @Zipevent
Website: www.zipeventapp.com
Twitter: @Zipevent
Facebook: @Zipevent

Comments

comments

Author

You only live once