วิธีการปั่นจักรยานให้เก่ง มักเป็นปัญหากวนใจมาก เพราะไม่มีอะไรที่ทำให้เก่งได้นอกจากการฝึกฝน ดังนั้นเรื่องนี้จึงไม่มีกฏเกณฑ์ที่ตายตัวมากนัก อยู่ที่ร่างกาย การฝึก และการทดลองมากมายที่ทำให้เราและจักรยานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้เท่านั้น วันนี้เราจึงหยิบเรื่องต้องห้าม! สำหรับนักปั่นจักรยานมือใหม่มาให้ได้รู้กัน จะได้เลี่ยงพฤติกรรมที่นำพามาซึ่งความเจ็บป่วย ปั่นได้เเป็ปๆ ก็รู้สึกไม่ไหว ซึ่งข้อห้ามเล่านั้นจะมีอะไรบ้าง ไปดูกัน!

1. ห้ามปั่นเร็วเมื่อเริ่มออกตัว

หากเริ่มออกตัวแล้วเราเร่งฝีเท้า ปั่นแบบเร็วเลย จะทําให้หัวใจเต้นเร็วมากเกินไป ส่งผลให้ร่างกายเผาผลาญน้ำตาลสำรองหมดเร็วเกินควร ดังนั้นการปั่นที่ถูกวิธี คือเมื่อเริ่มปั่นควรปั่นด้วยความเร็วที่ปานกลาง หรือแบบที่ยังคุยไปปั่นไปก่อน ประมาณ 20-30 นาทีแรก เพื่อให้ร่างกายได้ค่อยๆ เผาผลาญไขมันสํารองก่อน

2. ระวังเรื่องการใช้เกียร์ เมื่อต้องปั่นขึ้นเนิน

ปั่นขึ้นเนินถือว่าหินสุดเลยใช่ไหมล่ะ ดังนั้นเราขอแนะนำว่า ไม่ว่าเนินนั้นจะชันเท่าไร ควรใช้รอบขาที่ประมาณ 90-100 รอบ เสมอ ถือเป็นรอบขาที่เหมาะสม หลายคนต้องหมั่นฝึกฝนกันมากสักหน่อย เพราะ หากใช้รอบขาที่ต่ำไปจะส่งผลไปที่ข้อเข่า และทําให้เรารู้สึกหมดแรงเร็วและหากรอบขาที่สูงเกินไป ก็จะทําให้สูญเสียแรง เข่าทํางานหนัก อ่อนล้าได้ง่ายๆ อีก

ดังนั้น หากคิดจะปั่นขึ้นเขา หรือเนินสูงๆ ต้องหมั่นฝึกปั่น โดยการจับเวลาหารอบขาที่เหมาะสมกับตัวเอง ประมาณ 15 หรือ 30 วินาที

3. อย่าบ้าปั่น

การฝึกฝนด้วยความบ้าพลัง ปั่นอย่างเดียว โดยไม่ทําอะไรเลยนอกจาก ปั่น ปั่น และปั่นวนไป เป็นอาทิตย์ เป็นเดือน ขอบอกว่าพฤติกรรมนี้ไม่ได้เป็นผลดีของนักปั่นที่ต้องการปั่นแบบมืออาชีพ ซึ่งผลที่เกิดขึ้นจากการปั่นแบบบ้าพลัง คือ กล้ามเนื้อส่วนที่ใช้ในการปั่นจะแข็งแรงมาก แต่กล้ามเนื้อส่วนอื่นที่ไม่ใช้ก็จะอ่อนแอลง ก่อให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อไม่สมดุลย์

ดังนั้นการฝึกปั่นเพื่อความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อปั่นและกล้ามส่วนเนื้ออื่นๆ จะใช้เวลาเพียงเซตละ 10 นาทีเท่านั้น!! โดยจะต้องปั่นออกแรงเต็มที่ ต่อเนื่องกัน 40 วินาที และปั่นเบาลง 20 วินาที ทําสลับกันแบบนี้ 10 ครั้งนับเป็น 1 เซต แล้วพัก 5 นาที หลังจากนั้นจึงเริ่มต้นอีกเซต รวมเวลา 25 นาที เป็นอันเสร็จการฝึก เท่านี้กล้ามเนื้อขาและอื่นๆ ก็จะแข็งแรงขึ้น

4. อย่าปรับแต่งเครื่องจักรยานเพื่อความสวยงามเท่านั้น!

ค้นหาสไตล์พร้อมๆ กับการรู้ใจตัวเอง เพื่อนำไปปรับแต่งให้เข้ากับตัวเองให้ดี และรองรับกับตัวเองให้ได้มากที่สุด เพราะหากปรับแต่งตามความสวย หรือความชอบของตัวเองเพียงอย่างเดียว อาจทำให้เสียเวลา และอาจไม่รองรับสไตล์การปั่นของตัวเองให้ดีที่สุด

ดังนั้นเวลาที่เหมาะในการปรับแต่งที่ดีที่สุด คือ ทันทีที่ขี่จักรยานเสร็จ เพราะ อาการรวน หรือ เสียงรบกวนทั้งหลายนั้นจะรับรู้ได้ชัดเจนที่สุด ไม่ว่าจะเป็น ปรับเบาะ ปรับเบรก ตัวจับ แม่เหล็ก หรือแม้กระทั่งปรับ สายเบรค สายเกียร์ทั้งหลาย

5. ต้องนอนเพียงพอก่อนลงปั่น

หากคืนก่อนหน้านั้นนอนไม่พอ พักผ่อนน้อย แล้วเช้ามาปั่นกันหนักๆ เลย จะทำให้มีอาการอ่อนเปลี้ยเพลียแรงอย่างเห็นได้ชัด เพราะการพักผ่อนน้อย จะทําให้กระบวนการซ่อมแซมร่างกาย ไม่สามารถทํางานได้เต็มที่ ส่งผลให้ร่างกายอ่อนเพลีย ฟื้นตัวช้า ขาดภูมิต้านทานได้นั่นเอง


สำหรับใครที่สนใจเรื่องจักยาน เราขอแนะนำให้ไปงาน ASEANBIKE powered by EUROBIKE 2019 ในวันที่ 3 – 5 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00 – 18.00 น. ณ ฮอลล์ 9-10 Impact เมืองทองธานี (ฮอลล์เดิม 5-6) ซึ่งในส่วนของการจัดแสดงสินค้าจะประกอบไปด้วย แบรนด์จักรยานชั้นนำจากทั่วโลก ชิ้นส่วน แฟชั่น อุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง หรือสามารถไปพบปะ คุย ปรึกษา สนทนาเรื่องจักรยานกันได้ที่นี่!


ขอบคุณข้อมูล gedgoodlife.com

สามารถค้นหางานอีเว้นท์ที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่

Line: @Zipevent (อย่าลืมเติม @ ข้างหน้าด้วยนะคะ) หรือจิ้มไปที่ลิงก์นี้ได้เลย https://line.me/R/ti/p/%40khj7199c

Instagram: www.instagram.com/zipevent

Website: www.zipeventapp.com

Twitter: www.twitter.com/zipeventapp

Facebook: www.facebook.com/zipevent

Comments

comments

Author

PAATOO is my fat cat and lazy..♡