ใครที่กำลังคิดว่าจะไปเรียนต่อญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นด้านภาษา ด้านอาชีพ หรือเข้ามหาวิทยาลัย แต่ก็ยังตัดสินใจไม่ได้สักทีว่าควรไปเมืองไหน เรามาช่วยแล้ว!! วันนี้เราเตรียมข้อมูล 4 เมืองใหญ่ๆ ในญี่ปุ่น ที่มีไลฟ์สไตล์ ค่าเงิน และความเป็นอยู่ที่ต่างกัน มาให้เพื่อนๆ ได้ใช้ประกอบการตัดสินใจว่า เรียนต่อญี่ปุ่นเมืองไหนดีที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ความเป็นเรา! ว่าแล้ว ก็ไปดูกันเลย!


1. โตเกียว (Tokyo)

เรียนต่อญี่ปุ่น

โตเกียว เป็นเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น มีชื่ออย่างเป็นทางการว่ามหานครโตเกียว (東京都; Tokyo Metropolis) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งคือเอโดะ ในประเทศญี่ปุ่น โตเกียวถือเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดกว่า 35 ล้านคน และในโตเกียวยังเป็นที่ตั้งของพระราชวังหลวงของสมเด็จพระจักรพรรดิด้วย

นอกจากนี้กรุงโตเกียวเคยเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 1964 และกำลังจะได้เป็นเจ้าภาพอีกครั้ง ในปี 2020 ที่จะถึงนี้ ไม่แปลกใจเลยที่โตเกียว จะกลายเป็นศูนย์กลางแห่งความทันสมัย เป็นจุดมุ่งหมายของใครหลายคน

และแน่นอนว่า ต้องตามมาด้วยค่าครองชีพที่สูง ผู้คนอาจดูเคร่งเครียดพลุกพล่าน เหมาะสำหรับคนที่อยากไปอยู่สบายๆ เหนือวิวตึกที่เรียงกันอย่างหรูหรา พร้อมกับการเดินทางสาธารณะที่สะดวก มีตั๋วรายเดือนราคาสำหรับนักเรียนที่ถูกกว่าปกติมากๆ ทั้งยังสามารถเดินเที่ยว Shinjuku, Shibuya,  Akihabara ฯลฯ เวลาเบื่อๆ ได้ตามต้องการอีกด้วย ซึ่งค่าที่พัก หากหารกับเมทแล้ว จะตกอยู่ที่ประมาณ 60,000 – 70,000 เยน (≈ 19,800 – 23,000 บาท) ค่าอาหารก็แล้วแต่เรา โดยเราสามารถประหยัดได้ด้วยการทำอาหารเองเป็นบางมื้อ

ซึ่งถ้าถามว่าคุ้มเสียไหม ก็คุ้มอยู่น้า ถ้าเรามีเป้าหมายจะเข้าโรงเรียนที่มีระบบแนะนำเข้ามหาวิทยาลัย หรืออยากจะเรียนต่อมหาลัยดังๆ ที่นั่นก็มีอยู่มาก

2. โอซาก้า (OSAKA )

เรียนต่อญี่ปุ่น

โอซาก้า (OSAKA ) เป็นเมืองใหญ่ลำดับต้นๆ ของญี่ปุ่น ที่มีค่าครองชีพถูกกว่าโตเกียวมากๆ และคนโอซาก้าจะมีนิสัยที่สบายๆ กว่า ไม่ค่อยเคร่งเครียด เหมาะสำหรับคนชอบกิน เที่ยว เพราะ โอซาก้าขึ้นชื่อว่า ‘เมืองแห่งอาหารการกิน’ ตั้งอยู่ใกล้เมืองท่องเที่ยวดังๆ หลายแห่ง ทั้งเกียวโต นารา นาโกย่า ฮิเมจิ ฮิโรชิม่า วากายาม่า ทาคายาม่า โอคายาม่า โกเบ ที่มีการเดินทางด้วยรถไฟในราคาที่ถูกมาก

นอกจากนี้ยังสามารถทำงานพาร์ทไทม์ ฟูลไทม์กับร้านต่างๆ ที่พร้อมรับคนไทย เพราะสังเกตได้ว่า เมืองนี้จะมีโรงเรียนสอนภาษาไทยให้คนญี่ปุ่นอยู่มาก สำหรับใครที่อยากรับสอนภาษาไทย เชื่อว่าต้องมีคนรับแน่ๆ แถมยังได้ค่าตัวสูงอยู่ด้วยนะ

แต่ทั้งนี้ เมืองโอซาก้าจะมีสำเนียงถิ่นแบบคันไซ อาจทำให้เราติดสำเนียงนั้นไปด้วย ด้วยความที่เมืองนี้อยู่กันง่ายๆ ทำให้ไม่ค่อยมีระเบียบ และไม่สะอาดเท่าโตเกียวนัก

3. ฟุกุโอกะ ( FUKUOKA  )

สำหรับใครที่เป็นสายกิน สายเที่ยว แต่อยากได้ถูกกว่านี้ แบบที่ถูกกว่าโอซาก้าอีก ขอแนะนำที่นี่เลย ‘ฟุกุโอกะ’ เป็นเมืองเล็กๆ กะทัดรัด ที่เคยติดอันดับเมืองน่าอยู่ระดับโลกมาแล้ว และยังสามารถเดินทางไปย่านใจกลางเมือง และสนามบินได้สะดวก คนไม่พลุกพล่านมาก สำหรับคนที่ชอบใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ต้องมาอยู่เมืองนี้เลย แต่อาจจะหางานพาร์ททามทำยากนิดหนึ่ง
และจุดขายของเมืองนี้ ที่หนุ่มๆ ต้องกรูกันเข้ามาแน่ๆ คือ ฟุกุโอกะคือเมืองของสาวสวย จากคำกล่าวที่ว่าสาวงามฮากาตะ ถ้าอยากรู้ว่าสวยสมคำร่ำลือไหม ต้องลองไป และมาคอมเม้นต์ให้รู้กันด้วยนะ ><

ถึงแม้ว่าจะเดินทางไปในเมืองและสนามบินสะดวก แต่การเดินทางไปที่ท่องเที่ยวดังๆ ในจังหวัดอื่นค่อนข้างยากลำบาก และใช้เวลานาน แถมยังมีค่าใช้จ่ายสูงอีก ถ้าต้องการเน้นมาเพื่อเรียน และชอบการเดินทางไกลๆ ชมวิวระหว่างทาง ที่นี่ตอบโจทย์เพื่อนๆ ได้แน่นอน

4.เกียวโต ( Kyoto ) 

เรียนต่อญี่ปุ่น

เกียวโตเป็นเมืองที่ไม่เล็ก และไม่ใหญ่จนเกินไป อยู่สบายๆ คล้ายฟุกุโอกะ ที่ผู้คนไม่เคร่งเครียด หรือพลุกพล่านมาก ทำให้เราไม่จำเป็นต้องเดินเบียดเสียดกับใคร แถมยังถูกขนานนามว่าเป็นเมืองแห่งการศึกษา เพราะมีมหาวิทยาลัยเยอะมาก

ที่สำคัญ! เกียวโตยังมีมัทซึริทั้งปี มัทซึริ คือพวกงานวัด เทศกาลต่างๆ จะจัดบ่อยมาก ดังนั้นการออกไปตะลุยร้าน หาของกิน จะช่วยเรื่องโฮมซิกได้ และอีกอย่างเมืองนี้เป็นเมืองของชนชั้นสูงในสมัยโบราณ ทำให้เราได้เห็น และสัมผัส สถาปัตยกรรมโบราณมากมายได้จากที่นี่ ไม่ว่าจะเป็น บ้านไม้โบราณ คฤหาสน์ชนชั้นสูงที่กลายเป็นวัดให้คนเข้าชมได้

ใครที่ชอบตามรอยการ์ตูนญี่ปุ่นคุณจะสามารถเจอสถานที่เหล่านั้นได้ทั่วเมือง เช่น เรียวมะถูกฆ่าตายตรงหน้าแฟมิลี่มาร์ทนี้ วัดนี้ที่อิคคิวซังเคยอยู่ หรือจะจอมโจรโกเอม่อนถูกประหารตรงนู้น ไม่นับชินเซนกุมิและประวัติศาสตร์อื่นๆ ทำให้เราสามารถเดินเที่ยวเล่น หรือนั่งรถเที่ยวในเมืองนี้ได้ โดยไม่ต้องเสียเงินเพื่อออกไปเที่ยวที่จังหวัดไกลๆ จึงเหมาะมากๆ สำหรับคนชอบเที่ยวแต่มีงบน้อย

ปล. ไม่ต้องห่วงเรื่องสำเนียงคันไซ เพราะส่วนใหญ่โรงเรียนสอนภาษาจะสอนสำเนียงแบบมาตรฐาน จะไม่ค่อยพูดคันไซกันสักเท่าไหร่


ถ้าตัดสินใจได้เเล้ว ต้องมางานนี้เล้ยย! JASSO Study in Japan Fair 2019 in Bangkok งานแนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น 2019 จัดโดย JASSO และสมาคมนักเรียนเก่าญี่ปุ่นฯ พบกับสถาบันการศึกษาจากญีป่นกว่า 80 แห่ง ข้อมูลทุนการศึกษา สัมมนาการเตรียมตัวเรียนต่อญี่ปุ่น และประสบการณ์จากรุ่นพี่นักเรียนเก่า ในวันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม 2562 เวลา 09.30 -17.00 น. ณ ห้องบางกอก คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์


ฝากติดตามข่าวสารงานอีเว้นท์กับ Zipevent ในช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ตามนี้เลย 
Line: @Zipevent (อย่าลืมเติม @ ข้างหน้าด้วยนะคะ)
หรือจิ้มไปที่ลิงก์นี้ได้เลย @Zipevent
Instagram: @Zipevent
Website: www.zipeventapp.com
Twitter: @Zipevent
Facebook: @Zipevent

Comments

comments

Author

PAATOO is my fat cat and lazy..♡