มาถึงยุคที่โซเชียลมีเดียกลายเป็นปัจจัยหลักในการทำการตลาดหรือการประชาสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์สินค้า สถานที่ หรือแม้แต่งานอีเว้นท์เองก็ล้วนหันมาลงทุนกับโซเชียลมีเดียกันมากขึ้น เพราะคนยุคนี้แทบจะเล่นโซเชียลมีเดียตลอดเวลา จึงไม่แปลกที่หลายๆ องค์กรจะหันมาโฟกัสกับด้านนี้มากขึ้น ซึ่งอีกหนึ่งการพีอาร์ที่เกี่ยวข้องกับโซเชียลมีเดียมากๆ ก็คือการใช้ Influencer  นั่นเอง

หลังๆ มานี้ทุกคนน่าจะเคยได้ยินคำว่า Influencer หรือบุคคลที่มีความสามารถในการโน้มน้าวคนให้เชื่อในสิ่งที่บอกหรือรู้สึกได้ เพราะคนทั่วไปจะรู้สึกว่าตัวเองสามารถลิงก์เข้ากับ Influencer เหล่านี้ได้มากกว่าระดับดาราหรือเซเลบริตี้ เพราะคนส่วนใหญ่มักจะรู้อยู่แล้วว่ากลุ่มคนประเภทนี้จะโดนจ้างจากตัวแบรนด์เอง ดาราเหล่านั้นอาจจะไม่ได้พูดอย่างที่รู้สึกจริงๆ  กลับกันกับเหล่า Influencer ที่มักจะมีการสื่อสารที่เข้าถึงง่ายและเข้าใจได้ง่ายมากกว่า แถม Influencer บางคนอาจจะเป็นเพื่อนของเพื่อนที่เรารู้จักด้วย คอนเทนต์ต่างๆ เลยน่าเชื่อมากกว่า


“92 % ของคนเรา มักจะใช้เชื่อใน Influencer มากกว่าโฆษณาทั่วๆ ไป”

www.forbes.com



ยกตัวอย่างงานอีเว้นท์ที่เชิญชวนเหล่า Influencer หรือ Blogger เข้าไปร่วมเป็นจำนวนมาก ก็ทำให้เกิดพลังแห่งโซเชียลมีเดียที่แท้ทรู ทั้งการลงรูป ติดแฮชแท็ก หรือยิ่งตอนนี้การ Live ผ่านแอพต่างๆ ก็มีเยอะมาก ทำให้คนได้เห็นงานแบบเรียลไทม์ไม่ต้องรอรายงานข่าวหรือรายการทีวีก็ได้เห็นทุกอย่างที่ต้องการแล้ว 

เกริ่นมาขนาดนี้แล้ว Influencer ก็ต้องมีของจริงๆ แหละ มาดู 3 พลังหลักๆ ของ Influencer ที่จะช่วยโปรโมทให้งานอีเว้นท์ของเราดังเปรี้ยงปร้างกันดีกว่า!

1. พลังมิตรภาพ

ด้วยฐานคนติดตามที่มากจำนวนหนึ่งทำให้ Influencer มักจะมีกลุ่มคนที่คอยรับ message อยู่แล้ว พลังนี้คือพลังแห่งความเฟรนด์ลี่และเป็นที่รู้จัก เรียกว่าเหมือนมีแฟนคลับหรือบริวารล้อมรอบเต็มไปหมด ซึ่งบรรดาคนเหล่านี้ก็มักจะรู้สึกดีและมอง Influencer ในแง่บวกเสมอ บางคนถึงกับยกให้เป็นไอดอลเลยล่ะ เพราะงั้นการแพร่กระจายข่าวสารก็มักจะแพร่ออกไปในวงที่กว้างมากกว่าปกติ ถ้าผู้จัดอีเว้นท์หันมาใช้ Influencer ในการโปรโมทตัวงานก็อาจจะทำให้งานมีคนรู้จักเพิ่มขึ้นก็ได้นะ

2. พลังสะกดจิต  

นอกจากจะมีผู้ติดตามเป็นจำนวนมากแล้ว Influencer ยังมีพลังความสามารถในการโน้มน้าวจิตใจคนอื่นประหนึ่งว่าเป็น Professor X จาก  X-Men อีกด้วย เพราะไม่ว่าจะพูดอะไร บอกอะไร ใครๆ ก็เชื่อ ฟังฉันสิสาจ๋า ด้วยความที่การสื่อสารของเหล่า Influencer มักจะเป็นธรรมชาติ เหมือนเพื่อนคุยกัน เข้าใจง่าย จับต้องได้ และน่าเชื่อถือ เกินครึ่งของคนที่รับสารนั้นก็มีสิทธิ์ที่จะเชื่อและคล้อยตามแน่นอน

3. พลังเนรมิตตัวเองให้ดูดี

แต่การที่จะมีพลัง 2 ข้อแรกได้นั้น Influencer เหล่านี้ก็ต้องมีพลังและสกิลพิเศษที่ทำให้ตัวเองน่าเชื่อถือ น่าติดตามและน่าสนใจ การเล่าเรื่องราวต่างๆ ต้อง build มาดีๆ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะประสบความสำเร็จในฐานะ Influencer ลองนึกดูสิว่าถ้า Influencer มารีวิวสกินแคร์หน้าใส แต่ตัวเองดันเป็นสิว หน้าพัง ไม่ดูแลตัวเอง แบบนี้ใครจะไปเชื่อ?! เพราะฉะนั้นก่อนที่เราจะเลือก Influencer คนไหน ก็อาจจะต้องดูภาพรวมต่างๆ ให้ดีก่อนนะว่าเค้าเหมาะกับงานหรือกลุ่มเป้าหมายของเราหรือเปล่า

ทั้งนี้ทั้งนั้นตัวงานอีเว้นท์ก็ต้องมีอะไรที่ดีและน่าสนใจในระดับหนึ่ง ผลลัพธ์ถึงจะออกมาดีได้ เพราะ Influencer ก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งในการกระจายข่าวสารออกไป ส่วนคนจะตัดสินใจมาหรือไม่มานั้นก็อยู่ที่คอนเทนต์ของงานล้วนๆ นะ เอาเป็นว่าผู้จัดงานอีเว้นท์คนไหนกำลังมองหาทางโปรโมทงานใหม่ๆ ก็ลองรับวิธีนี้ไปพิจารณาดูกันได้นะ : )


อ่านบทความ Event Guideline อื่นๆ ได้ที่ www.zipeventapp.com/blog

Comments

comments

Author

You only live once