"Relationชิด vs Relationshit" ความสัมพันธ์

          ว่ากันว่ารูปแบบของ ความสัมพันธ์ นั้นต่างมีหลากหลายมุมมองในตัวของมันเองอยู่แล้ว และก็คนเรานี่แหละที่ทำให้ความสัมพันธ์มันยุ่งเหยิงเข้าไปอีก บางครั้งความสัมพันธ์อาจมาในรูปแบบของคำว่าสบายใจ มากกว่าคำว่ารัก และคำว่ารัก อาจจะไม่ได้แปลว่ารักจริงๆ เพราะมนุษย์ชอบพูดในสิ่งที่ไม่ตรงกับใจมากกว่าสิ่งที่รู้สึก แต่บางความรู้สึกก็ไม่สามารถนิยามออกมาเป็นคำพูดได้ สุดท้ายแล้วก็อยู่ที่การแสดงออกและการกระทำ และไอ้การกระทำเหล่านี้นี่แหละที่ทำให้เกิดความสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ ที่ชัดเจนบ้าง และไม่ชัดเจนบ้าง เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะต้องเคยผ่านรูปแบบของความสัมพันธ์มามากกว่า 1 รูปแบบ สิ่งที่ซ่อนอยู่ในความสัมพันธ์ที่คลุมเครือเหล่านั้นมีทั้งด้านดีและไม่ดี แต่ด้านไม่ดีเรามักจะไม่เห็นมันหรอก เพราะในช่วงเวลานั้นเราต่างก็เลือกที่จะทำให้ตัวเองมีความสุข และซ่อนความเศร้ามันไว้ เพียงแค่รอเวลาให้มันปรากฏขึ้นมาใหม่อีกครั้ง


แฟน ความสัมพันธ์

          สถานะที่เรียกได้ว่าชัดเจนที่สุดในบรรดาของทุกๆ สถานะคงหนีไม่พ้น “แฟน” และถ้าใครที่อยู่ในสถานะนี้ เราขอบอกว่าคุณโชคดีแล้วที่คุณหาคนที่รักคุณ เข้าใจคุณและเข้ากับคุณได้ โปรดจงรักษาระดับความสัมพันธ์ประเภทนี้ไปให้ได้ตลอด  
ชิด = ความชัดเจน ยังไงมันก็ดีที่สุด
Shit = ถ้าหากว่าความสัมพันธ์มันไม่ได้มีแค่คน 2 คนแล้ว คงจำเป็นที่จะต้องเลือกสักหนทางที่จะเจ็บน้อยที่สุด

คนคุย

          เชื่อว่าหลายๆ คนคงเคยตกอยู่ในสถานะแบบนี้ คนคุยคืออะไร? เป็นอีกหนึ่งสเต็ปก่อนที่จะก้าวขยับขั้นไปเป็นแฟน แต่รู้หรือไม่ว่าครึ่งหนึ่งของคนที่อยู่ในสถานะแบบนี้ก็คงเป็นได้แค่เพียงคนคุยเท่านั้น ไม่สามารถเลื่อนขั้นหรือเปลี่ยนสถานะไปมากกว่านี้ได้
ชิด = แน่นอนว่ามันอาจจะส่งผลดีกับคนที่ไม่ค่อยคิดอะไรมาก เป็นความสัมพันธ์แบบสบายๆ คล้ายๆ กับอยู่เพื่อเป็นความสบายใจให้กันและกัน ต่างฝ่ายต่างแฮปปี้แค่นี้ก็พอแล้ว
Shit = หากลองคิดในทางกลับกันดูล่ะ ? เราไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้เต็มที่ด้วยตัวสถานะแบบนี้ที่มันไม่ชัดเจนตั้งแต่แรก เอ? เรามีสิทธิ์จะพูดแบบนี้ไหม ? เรามีสิทธิ์จะทำแบบนี้ไหม ? ก็ไม่ได้เป็นอะไรกันนี่นา..

เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ

          มีใครเคยแอบรักเพื่อนบ้างมั้ย !? ขึ้นชื่อว่าความรักยังไงมันก็เลือกไม่ได้หรอกว่าเราจะรู้สึกหรือจะไม่รู้สึกกับใคร จริงมั้ย ? เมื่อมันเป็นเรื่องของความรู้สึกยังไงมันก็ห้ามกันไม่ได้
ชิด = เรื่องดีๆ ของความสัมพันธ์แบบนี้แน่นอนว่าเราก็จะได้ใกล้ชิด ได้แอบดูแลอยู่ใกล้ๆ เค้าแบบห่วงๆ เหมือนเป็นสายลมที่หวังดีนั่นเอง
Shit = แต่ความเสี่ยงมันอยู่ตรงที่ว่า ถ้าเพื่อนคนนั้นรู้ขึ้นมาแต่เค้าไม่ได้คิดแบบเรา ความเป็นเพื่อนมันจะเปลี่ยนไปมั้ยน่ะสิ

มากกว่าเพื่อน แต่ไม่ใช่แฟน

          ซับซ้อนเข้าไปอีกสำหรับความสัมพันธ์แบบนี้ ทำทุกอย่างเหมือนกับเราเป็นคนรัก แต่กลับให้สถานะที่เบลอๆ และไม่ชัดเจน เพื่อนก็ไม่ใช่ แฟน...ก็ไม่ใช่อยู่ดี แถมยังเรียกว่าคนคุยไม่ได้ด้วยซ้ำ ซาวด์เพลง ‘ไม่ต้องรู้ว่าเราคบกันแบบไหน’ ดังขึ้นมาเลยจ้า
ชิด = คอยเป็นห่วงเป็นใยกัน มีเพื่อนที่เข้าใจเราตลอดเวลา
Shit = ความสัมพันธ์ที่เบลอๆ ไม่ตกลงให้ชัดเจน มักจะไม่ใช่พื้นฐานที่ดีที่นำไปสู่ความสัมพันธ์ที่มีความสุข

FWB (Friend With Benefits)

          ก่อนอื่นคงต้องทำความเข้าใจกับความสัมพันธ์ประเภทนี้กันก่อนว่า FWB หรือ Friend With Benefits เป็นความสัมพันธ์ที่คนสองคนที่มีความสัมพันธ์ทางเซ็กส์ต่อกันและกัน โดยที่ไม่มีการผูกมัด หรือล้ำเส้นของอีกฝ่ายอย่างเด็ดขาด (เหมือนเพื่อนนอนนั่นแหละ) และก็ปฎิเสธไม่ได้อีกว่ามันไม่มีหรอกที่เป็น FWB ต่อกันแล้ว จะไม่มีความรู้สึกต่อกัน
ชิด = ถ้าทั้งสองคนโอเคกับความสัมพันธ์แบบนี้ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ถือว่าเป็นความสุขทางกายกันไป ไม่ได้มีใครต้องเสียหายอะไร
Shit = เมื่อมิตรภาพข้ามขั้นไปทางชู้สาวหรือการมีเซ็กส์ เป็นไปได้มากว่าจะต้องมีคนใดคนหนึ่งเสียใจ หรือไม่พอใจ มีความต้องการมากกว่าที่เป็นอยู่ และอยากจะเปลี่ยนความสัมพันธ์ ไปเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง เพราะฝ่ายหนึ่งคิดแค่ FWB แต่อีกคนไม่ได้คิดเหมือนกัน และนั่นแหละจุดเริ่มต้นของปัญหา

One Night Stand

          ความสัมพันธ์นี้ส่วนใหญ่แล้วร้อยทั้งร้อยมักจะเกิดจากเหตุการณ์หลังเที่ยวกลางคืนตามคลับตามร้านต่างๆ
เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์จะทำให้คนกล้าทำอะไรโดยไม่ต้องคิดเยอะมากขึ้น ซึ่งคนสองคนนี้มักจะไม่รู้จักกันมาก่อน เป็นเพื่อนของเพื่อน เป็นคนที่เจอในร้าน หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้รู้สึกว่าเราถูกชะตากับเค้า จนนำไปสู่ความสัมพันธ์บนเตียงนั่นเอง
ชิด = แน่นอนว่าหลายๆ คนชอบความสนุกและความเสี่ยง ยิ่งอะไรท้าทายๆ เราก็อยากจะพุ่งเข้าไปหามัน ซึ่ง One Night Stand ก็ตอบโจทย์ใครหลายๆ คนจริงๆ
Shit = ขึ้นชื่อว่าเป็นเรื่องเสี่ยงๆ อะไรก็ไม่แน่นอน การที่เราจะมีความสัมพันธ์ขั้นลึกซึ้งกับคนที่เพิ่งรู้จักกันไม่กี่ชม. ผลที่ตามมาจะเป็นอะไรเราก็เดาไม่ได้



          จริงๆ มันก็คงมีความสัมพันธ์อีกหลายๆ รูปแบบที่เราไม่สามารถนิยามหรือจำกัดชื่อให้มันได้ เอาเป็นว่าทุกๆ ความสัมพันธ์มันมีข้อดีและข้อเสียในตัวเองอยู่แล้ว แรกๆ มันอาจจะลุ้น มันอาจจะตื่นเต้นและสนุก แต่ลองถามตัวเองดีๆ ว่า เราต้องการความสัมพันธ์แบบนี้จริงๆ หรือเปล่า และถ้าใครที่ยังไม่แน่ใจว่าความสัมพันธ์ของเรานั้นจัดอยู่ในประเภทไหน ก็ลองหันไปใช้เวลากับคนนั้นให้มากขึ้น ลองออกไปเที่ยวด้วยกัน ทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน เผื่อบางทีจะได้เข้าใจความรู้สึก และความต้องการของตัวเองมากขึ้นก็ได้นะ 

หางานอีเว้นท์สนุกๆ ได้ที่ Zipevent กันได้เล้ย!

Comments

comments

Author

Yellow is the warmest color.