เคยคุ้นหน้าคุ้นตากับสาวสวยวัย 30 ปี ในช่องไทยรัฐทีวีกันบ้างหรือเปล่า กับ 'ปิ๊ง-ฐิตาภา สิริพิพัฒน์' ผู้สื่อข่าวไทยรัฐทีวี รายการโต๊ะข่าวเศรษฐกิจ เธอทำอาชีพนักข่าวมาแล้ว 6 ปีด้วยกัน สถานภาพโสด และเป็นเจ้าของเพจ Pink Siripipat

      จุดเริ่มต้นของการเกิดหนังสือเล่มแรกในชีวิตของเธอ "HOW TO BE SINGLE IN BKK CITY" คือเธอใช้เวลาว่างในการที่จะเริ่มต้นหันมาจับงานเขียนอย่างจริงจัง โดยหนังสือเล่มนี้มีการนำเสนอเรื่องราวชีวิตของสาวโสดจากประสบการณ์ของเธอที่พบเจอมา และได้มีการนำมารวมเล่มเพื่อเล่าต่อกันฟังว่า ในกรุงเทพมหานคร ชีวิตของสาวโสดแต่ละคนเนี่ย มันทั้งสนุกและมีความน่าค้นหามากขนาดไหน 

อะไรที่เป็นแรงบันดาลใจให้เราผันตัวมาเขียนหนังสือเล่มนี้อย่างจริงจัง

      แรงบันดาลใจ คือปิ๊งมีเพื่อนสมัยเรียน 10 คน มีแค่คนเดียวที่ตอนนี้แต่งงานไปแล้ว และอีกสองสามคนที่มีแฟนแต่ยังไม่คิดจะแต่ง ส่วนที่เหลือคือสถานภาพโสดหมดเลย แล้วปิ๊งก็รู้สึกว่า สาวโสด คนโสด ในกรุงเทพฯ ตอนนี้มันเยอะมาก หันไปทางไหนทุกคนก็โสด ทั้งเพื่อนสมัยปริญญาโท เพื่อนที่ทำงานเราด้วย จุดตรงนี้แหละมันทำให้ต่อม เอ๊ะ! ของเราทำงานว่า เอ๊ะ มันเกิดอะไรขึ้น? มันมีปัญหาอะไรหรือเปล่า ก็เลยเริ่มที่จะสัมภาษณ์ เข้าไปคุยด้วยตัวเอง ก็ค้นพบว่าคนโสดสมัยนี้ มีเหตุผลในการโสดที่แตกต่างกัน แต่ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน คืออยากจะเป็นผู้หญิงที่สามารถพึ่งพาตัวเองได้ ดูแลตัวเอง ดูแลครอบครัว โดยไม่จำเป็นที่จะต้องมีแฟน ซึ่งเป็นความคิดที่ปิ๊งรู้สึกว่ามันใหม่และก็น่าสนใจ เลยอยากรวมเล่มให้เรื่องราวอยู่ในเล่มเดียวกัน

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือเกี่ยวกับอะไร ในรูปแบบไหนบ้าง

      หนังสือเล่มนี้เป็นนิยายผสม How-to ที่พูดถึงการใช้ชีวิตโสดในกรุงเทพฯ อย่างเข้มแข็ง หรือว่า Strong นั่นเอง ซึ่งดำเนินเรื่องโดย 4 ตัวละครสาว ที่โสดหมดเลย แต่โสดด้วยเหตุผลแตกต่างกัน

      คนแรกก็จะโสดเพราะเข็ด เพราะว่าเคยมีความรักที่เลวร้าย ล้มเหลวมา และเคยถูกทำร้ายร่างกาย คนที่สองโสดเพราะว่ายังไม่เจอคนที่ใช่ คนที่สามโสดเพราะยังรักสนุกอยู่ และก็คนที่สี่โสดเพราะว่ายังอยากให้ชีวิตตัวเองเหมือนในนิยาย ในฝัน ในซีรี่ย์เกาหลี แต่ละคนก็เลยยังโสดด้วยเหตุผลแตกต่างกัน แม้ว่าทุกคนจะมีมุมมองในเรื่องความโสดต่างกัน แต่สิ่งที่ทุกคนเหมือนกันก็คือ อยากจะเป็นผู้หญิงที่พึ่งพาตัวเองได้ ดูแลตัวเองเป็น ดูแลครอบครัวได้ โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องพึ่งพาหรือว่าขอความช่วยเหลือจากพาร์ทเนอร์ หรือว่าแฟน สามี ก็ตามแต่

4 ตัวละครนี้มีเพื่อนคุณปิ๊งรวมถึงตัวคุณปิ๊งเองอยู่ด้วยใช่ไหมคะ

      เรื่องนี้พูดได้เลยว่า Base on true story ก็คือเอามาจากเรื่องจริง น้ำตาลูกผู้หญิงจริง เจ็บจริงเลยค่ะ แล้วก็ส่วนใหญ่ก็มาจากเพื่อน 90% เพราะเพื่อนชอบโทรมาระบาย โทรมาขอความคิดเห็นเรื่องแฟน มีบ้างค่ะที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวเอง แต่ว่ามันน้อยมาก เอาจริงๆ นะ ปิ๊งเองก็ไม่ได้มีแฟนมาเยอะอะไร ส่วนมากเราจะฟังมาเยอะมากกว่า แต่ละเรื่องที่เอามารวม ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจทั้งนั้น หลายเรื่องมันแปลกใหม่สำหรับเรามาก แบบไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่มันก็จะมีบางเรื่องที่แบบเอาตัวเองเข้าไปทดลอง แล้วก็ลงพื้นที่ไปสัมภาษณ์ หาข้อมูล วิจัย ค้นคว้าตัวเองเหมือนกัน

คนโสดประเภทไหนที่เหมาะกับหนังสือของคุณปิ๊ง

      ปิ๊งว่าทุกประเภทเลยค่ะ ปิ๊งว่าคนโสดที่เหมาะกับหนังสือเล่มนี้เลยคือคนโสดที่ยังรู้สึกว่า การโสดนี่มันเลวร้ายจัง โสดมันเหงา ความเหงามันเลวร้าย แต่หนังสือเล่มนี้จะบอกว่า ในโลกนี้ยังมีอะไรให้คุณทำอีกเยอะแยะ ความโสดไม่ใช่โรคร้าย ไม่ใช่เวรกรรม แต่มันเป็นโอกาสที่คุณจะได้เรียนรู้ตัวเองในช่วงเวลาที่ดีที่สุด และก็เป็นช่วงเวลาที่คุณจะได้พัฒนาตัวเองให้เร็วที่สุด เพราะฉะนั้นถ้าอ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว คุณจะได้ความคิดหรือว่ามุมมองหลายๆ อย่างว่า ลองโสดให้เต็มที่ ลองทำในสิ่งที่คุณไม่เคยทำ

ถ้าสมมติสาวๆ เพิ่งโดนหักอกมาจากผู้ชาย และรู้สึกว่าช่วงชีวิตในตอนนั้นทุกอย่างมันดาวน์มากสุดๆ อยากให้คุณปิ๊งช่วยให้กำลังใจ และช่วยแนะนำวิธีการรับมือกับการโสดยังไงให้มีความสุขที่สุดในชีวิต

      คือช่วงที่เราโสดจะเป็นช่วงเวลาที่เราสามารถพัฒนาตัวเองได้ดีที่สุด และก็ได้เร็วที่สุดด้วย เพราะถ้าเรามีแฟน เราอาจจะต้องเห็นแก่แฟนเป็นหลัก ขออนุญาตแฟน แบ่งเวลาไว้ให้แฟน แต่เมื่อคุณโสดปุ๊บ คุณจะสามารถใช้เวลากับตัวเองให้เต็มที่ เพราะฉะนั้นเนี่ย ถ้าคุณได้โอกาสนั้นแล้ว คุณควรที่จะโสดให้อิ่ม ก็คือ โอเค ใช้ชีวิตให้เต็มที่ ลองหลายๆ อย่าง ที่ไม่เคยลองมาก่อน เพื่อให้รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ไม่ชอบอะไร เพราะฉะนั้นพอเวลาคนที่ใช่หรือเวลาความรักที่ดีพุ่งเข้ามา คุณจะรับมือกับมันโดยไม่ทำให้มันหลุดลอยไป เพราะว่าการเรียนรู้ด้วยตัวเองเนี่ย มันสำคัญที่สุด เพราะเราไม่จำเป็นที่จะต้องแบบไม่รอใคร ขออนุญาตใคร หรือว่าต้องถามความเห็นใคร เราจะสามารถตัดสินใจได้เอง

จากประสบการณ์ในชีวิตของคุณปิ๊งคิดว่าระหว่างช่วงเวลาที่เรามีแฟน กับช่วงเวลาที่เราโสดมันมีความแตกต่างกันอย่างไร

      ด้วยความที่เรายังโสดไม่เป็น ในสมัยนั้นเราก็รู้สึกว่า เราก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ยังไม่รู้ว่าชอบอะไร หรือว่าไม่ชอบอะไร ยังไม่รู้วิธีการอยู่ร่วมกับคน เพราะฉะนั้นตอนที่ปิ๊งมีแฟนเนี่ย ปิ๊งแทบจะไม่ชอบสิ่งที่ปิ๊งเป็นในตอนนั้นเลย  คือปิ๊งจะมีนิสัยแบบว่านึกถึงแฟนตลอดก่อนที่จะนึกถึงตัวเองซะอีก หรือว่ามันจะมีความรู้สึกไม่สบายบางอย่าง รู้สึกว่าตัวเองปรับตัวยากที่จะอยู่ร่วมกับใครคนนึง เพราะฉะนั้นมันเลยค่อนข้างที่จะแบบแตกต่างมากกับตอนที่เราโสด เพราะตอนโสดปุ๊บ เราทำอะไรด้วยตัวเอง เราภูมิใจในสิ่งที่เราทำทุกอย่าง เราไม่ต้องขอความช่วยเหลือใคร เราไม่ต้องไปรอใคร ว่าใครจะกลับหรือยัง หายไปไหน ทำไมไม่โทรกลับมา ความรู้สึกนั้นมันไม่มีเลยค่ะ จะมีความรู้สึกแต่ว่า วันนี้ฉันจะทำอะไรดีๆ ให้กับตัวเอง มันจะมีแต่ความรู้สึกนั้น

ตอนนี้คือคุณปิ๊งก็แฮปปี้กับความรู้สึกนี้

      ก็แฮปปี้กับความโสดนะคะ เพราะอย่างหนังสือเล่มนี้ที่ทำออกมา ถ้าไม่โสดก็คงไม่สำเร็จ แล้วเราก็คงไม่มีเวลามาเขียน ไม่มีแรงบันดาลใจในการเขียน แต่ก็ไม่ได้แปลว่า ฉันจะครองโสดไปตลอดชีวิต หรือว่าแอนตี้คนที่มีคู่ ปิ๊งว่าถ้าชีวิตเราตอนนี้มันเหมาะที่จะอยู่คนเดียว เราก็อยู่คนเดียวให้เต็มที่ ถ้าวันนึงความรักเข้ามาแล้วเรารู้สึกว่าเราพร้อมแล้ว เราก็ใช้เวลาอยู่กับมัน

แล้วจบจากเรื่องนี้จะมีภาคสองต่อไหมคะ

      จริงๆ หนังสือเล่มนี้ยังมีภาคต่อค่ะ เพราะว่าหลายคน อ่านแล้วรู้สึกชอบ ทุกคนเริ่มมีฟีดแบคว่าอยากรู้มันจะเป็นยังไงต่อไป ตัวปิ๊งเองก็อยากเขียนด้วย มันรู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ มันเปลี่ยนแปลงไปทุกๆ ปี มันมีเรื่องใหม่ๆ ให้น่าตื่นเต้นสำหรับคนโสดตลอด และปิ๊งจะเห็นเองโดยตรง ก็เลยรู้สึกว่าเฮ้ย...อยากแชร์ คือเล่มสองมีแน่นอน แล้วก็รู้สึกว่าการโสดในกรุงเทพฯ มันยังมีอะไรให้ทำแก้เหงาอีกเยอะและก็เติมเต็มตัวเองได้ดี ซึ่งจุดนี้ปิ๊งว่า ปิ๊งอยากจะแชร์

ถ้าใครอยากได้หนังสือเล่มนี้ สามารถหาซื้อได้ที่ช่องทางไหนบ้าง 

      หนังสือเล่มนี้นะคะ ปิ๊งหวังว่าหนังสือเล่มนี้มันจะเป็นพี่สาวให้กับคนโสด ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ชาย ผู้หญิง หรือเพศอะไรก็ตาม LGBT หวังว่าเขาจะเป็นพี่สาวคนนึงสำหรับคุณ ที่จะสามารถบอกกับคุณว่าโสดยังไงให้มีความสุข ถ้าคุณเหงา คุณกำจัดมันได้ยังไง หรือถ้าคุณมีปัญหาพี่สาวคนนี้มีการแก้ปัญหายังไง อยากให้คนที่อ่านได้เรียนรู้อะไรจากมันหรือว่าได้แรงบันดาลใจจากมันเพื่อไปต่อยอด ไปทำอะไรที่ตามความฝันให้กับตัวเอง หนังสือเล่มนี้วางจำหน่ายแล้วเฉพาะทางออนไลน์เท่านั้น สามารถเข้าไปที่เพจของปิ๊งได้ Pink Siripipat หรือ www.masterpopworld.com และทุก 10 บาทของหนังสือแต่ละเล่ม จะมีการบริจาคให้กับผู้พิการทางสายตาด้วยค่ะ


สามารถเข้าไปติดตามอีเว้นท์เพิ่มเติมได้ที่ line.me/zipevent หรือ www.zipeventapp.com 

Comments

comments