"The life of the dead is placed in the memory of the living."

“ชีวิตของคนที่ตายจากไปแล้วฝังอยู่ในความทรงจำของคนที่ยังมีชีวิตอยู่เสมอ”

      -Marcus Tullius Cicero- 

คำกล่าวจาก ซิเซโร- นักพูด นักเขียน และนักการเมืองชาวโรมัน ทำให้เราเข้าใจได้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าถึงแม้คนที่เรารักจะตายจากเราไปแล้ว ความทรงจำของพวกเขาเหล่านั้นก็ยังคงอยู่กับเราเสมอ เพื่อคอยเตือนว่าครั้งหนึ่งในชีวิตเราก็เคยได้มีโอกาสรู้จักและผูกพันกับพวกเขา


#AroundTheWorld คราวนี้เราจะพาไปรู้จักกับเทศกาลที่เกี่ยวกับการระลึกถึงพวกเขาเหล่านั้นที่ได้จากลาไปแล้วตลอดกาล 

ความหมาย

เทศกาล ‘Day of the Dead’ หรือในภาษาสเปนเรียกว่า Día de los Muertos จัดขึ้นที่ประเทศเม็กซิโก (Mexico) ในวันที่ 1 และ 2 พฤศจิกายน สำหรับเทศกาลนี้ ชาวเม็กซิกันจะรำลึกและแสดงความอาลัยถึงคนรักที่ได้ล่วงลับไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว เพื่อน หรือว่าคู่ชีวิต หลายๆ คนอาจจะคิดว่าถ้าพูดถึงเรื่องความตาย เทศกาลนี้จะต้องโศกเศร้าและหม่นหมอง แต่จริงๆ แล้วนั้น มันกลับกลายเป็นเทศกาลที่สดใสและเต็มไปด้วยความชื่นใจด้วยซ้ำ เป็นโอกาสดีที่คนที่ยังมีชีวิตอยู่จะได้นึกถึงคนรักที่ได้จากไปแล้วด้วยวิธีการและกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในงาน ซึ่งเทศกาลนี้ได้ส่งต่อกันมาเป็นเวลานานมากแล้วด้วย

Photo Credit: Ronaldo Schemidt/AFP/Getty Images


ถึงแม้ว่าจะจัดในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกันกับเทศกาลฮัลโลวีน (Halloween) แต่จริงๆ แล้วมู้ดและโทนของทั้งสองงานนี้ก็แตกต่างกันอยู่นะ ก็จริงที่ชื่อของเทศกาลหมายถึงวันแห่งความตาย (Day of the Dead) แต่จุดประสงค์หลักของงานจริงๆ แล้ว คือการแสดงออกถึงความรักและความเคารพให้กับคนในครอบครัวและคนที่เรารักมากกว่า

ความเชื่อ

มีความเชื่อกันว่าในคืนวันที่ 31 ตุลาคม ประตูแห่งสวรรค์จะเปิดตอนเวลาเที่ยงคืนเพื่อให้วิญญาณของผู้ที่ล่วงลับไปแล้วกลับคืนมาอยู่กับคนรักของพวกเขา

: แบ่งออกเป็น 2 วันหลักๆ โดยวันที่ 1 พฤศจิกายน เป็นวันที่ผู้คนจะรำลึงถึงเด็กๆ ที่เสียชีวิตไปแล้ว ส่วนวันที่ 2 พฤศจิกายนจะเป็นการรำลึกถึงผู้ใหญ่และผู้สูงอายุนั่นเอง
Photo Credit: AGCUESTA


ชาวเม็กซิกันมีความเชื่อว่าความตายไม่ใช่สิ่งที่ต้องหวาดกลัวแต่เป็นสิ่งที่คนเราน่าจะเฉลิมฉลองซะด้วยซ้ำ ยกตัวอย่างเช่น การกินขนมหวานรูปหัวกะโหลกก็เป็นสิ่งย้ำเตือนว่าความตายเป็นวงจรชีวิตที่ไม่ได้ขมขื่นขนาดนั้น ในทางกลับกันมันออกจะมีรสชาติที่หอมหวานซะด้วยซ้ำ

ความสนุกสนาน

เทศกาลนี้เรียกได้ว่าเป็นวันแห่งการพบปะสังสรรค์ เพราะผู้คนจะมารวมตัวกันที่ถนนและจตุรัสสาธารณะตั้งแต่เช้าจรดค่ำ พร้อมกับแต่งตัวแฟนซีเป็นร่างโครงกระดูกหลากหลายสไตล์ บางคนก็ถึงกับลงทุนเพ้นท์ใบหน้าตัวเองเป็นหัวกระโหลกเลยด้วย หรือผู้หญิงส่วนใหญ่ก็จะแต่งหน้าล้อเลียนภาพวาดเม็กซิกันที่มีชื่อว่า La Calavera Catrina อีกทั้งยังเพิ่มความสนุกสนานด้วยการที่มีแตรไว้คอยเป่าส่งเสียงระทึกกึกก้องด้วย 

ในสมัยก่อน ส่วนใหญ่แล้วเมื่อคนในครอบครัวได้เสียชีวิตลง พวกเขาเหล่านั้นจะถูกฝังอยู่บริเวณใกล้ๆ กับตัวบ้าน ซึ่งเป็นความหมายนัยๆ ว่าพวกเขาจะยังคงอยู่ใกล้ๆ ญาติสนิทเสมอถึงแม้ว่าจะตายจากไปแล้ว แต่ในปัจจุบันร่างของคนตายจะถูกฝังอยู่ที่สุสานที่อยู่ห่างไกลจากตัวบ้านเสียมากกว่า บางชุมชนก็จะมาใช้เวลาร่วมกันที่หลุมศพเพื่อสังสรรค์ ทานอาหาร เล่นดนตรีและนั่งคุยกันตลอดทั้งคืน 

Photo Credit: LIBA TAYLOR

เรียกได้ว่าเป็นเทศกาลที่มีรูปแบบของการจัดงานที่ตรงข้ามกับชื่อมากๆ ถึงแม้ว่า Dead จะหมายถึงความตายหรือการจากลากันไป แต่กิจกรรมและจุดประสงค์ของงานนั้นกลับกลายเป็นความรื่นเริงและสนุกสนานเสียมากกว่า ถ้าใครที่สนใจอยากจะลองประสบการณ์ใหม่ๆ แบบนี้ล่ะก็ ชวนเพื่อนๆ และคนในครอบครัวบินไปเม็กซิโกในช่วงปลายเดือนตุลาคมกันได้เลย


อ้างอิง: 

www.nationalgeographic.com/travel/destinations/north-america/mexico/top-ten-day-of-dead-mexico/

www.tripsavvy.com/day-of-the-dead-in-mexico-1588764

www.independent.co.uk/news/world/americas/day-of-the-dead-2016-google-doodle-mexico-dia-de-muertos-five-facts-you-didnt-know-a7393926.html

Comments

comments

Author

You only live once